ออฟฟิศซินโดรม – ป้องกันไว้ดีกว่าแก้

ออฟฟิศซินโดรม
ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม – ป้องกันไว้ดีกว่าแก้

.

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ออฟฟิศซินโดรม” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในหมู่ชาวออฟฟิศที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน มาดูกันดีกว่าว่าไอ้เจ้าออฟฟิศซินโดรมนี่มันคืออะไร อาการเป็นยังไง และเราจะมีวิธีการป้องกันมันได้อย่างไรบ้าง

“ออฟฟิศซินโดรม” (Office Syndrome) เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายอันเนื่องมาจากการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ซึ่งอาการที่พบได้บ่อยๆ ก็คือ อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวโดยเฉพาะ คอ ไหล่ แผ่นหลัง และดวงตา ซึ่งดูเผินๆ อาจจะเป็นอาการเล็กๆ น้อยๆ ทว่า อาการเหล่านี้แหละคือส่วนประกอบของโรค “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งถ้าไม่ดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ จะส่งผลเสียให้ร่างกายในระยะยาวได้

อาการของออฟฟิศซินโดรม
อาการของออฟฟิศซินโดรม

อาการของ “ออฟฟิศซินโดรม”

ในระยะแรกนั้น อาการของออฟฟิศซินโดรมในระยะแรกจะไม่แตกต่างจากอาการปวดเมื่อยตามร่างกายมากนัก แต่หากปล่อยปะละเลย ปราศจากการพักผ่อนหรือการดูแลร่างกายเท่าที่ควร อาการของโรคก็จะพัฒนาขึ้นโดยจะเริ่มปวดร้าวที่ดวงตา ตามมาด้วยอาการปวดไมเกรน มีอาการชาที่ปลายประสาทแขน หรือขา หนักเข้าก็จะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคซึมเศร้าจากความเครียดสะสม ความดันโลหิตสูง ต้องรักษาถึงขั้นทำกายภาพบำบัดกันเลยทีเดียว

วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรม
วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรม

วิธีป้องกันโรค “ออฟฟิศซินโดรม”

การรักษาอาการป่วยเป็นสิ่งที่ดีเมื่อเป็นโรค แต่จะดีกว่าไหมหากเราสามารถป้องกันไม่ให้เจ้าโรคนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะไม่ต้องหมดเงินไปกับการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยวิธีป้องกันก็แสนง่าย เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การทำงาน และการใช้ชีวิต ดังนี้:

1. ปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการนั่งทำงาน โดยปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่แนวตรงกันกับใบหน้า และห่างจากสายตาประมาณ 2 ฟุต ส่วนหน้าจอให้ปรับต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้องประมาณ 15 องศา

2. ข้อศอกควรวางไว้อยู่ระดับเดียวกันกับคีย์บอร์ดเวลาพิมพ์งาน ส่วนมือข้างที่จับเมาส์ก็ควรพักข้อศอกบนที่รองแขนเพื่อการเคลื่อนไหวที่สะดวก และไม่สร้างภาระให้กล้ามเนื้อ

3. หมั่นพักสายตาจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 15 นาที โดยทำได้ด้วยการมองออกไปดูวิวข้างนอก มองต้นไม้สีเขียวหรือท้องฟ้า เพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายตา

4. นวดคลึงดวงตาเมื่อมีอาการเมื่อยล้า รวมถึงหมั่นกรอกตาไปรอบๆ ในลักษณะวงกลมประมาณ 5-6 ครั้ง เป็นการบริหารกล้ามเนื้อดวงตา และควรใช้ปลายนิ้วคลึงบริเวณหัวตาเบาๆ ด้วยเช่นกัน

5. ความสว่างของหน้าจอเองก็ปัจจัยสำคัญต่อดวงตา แสงและสีที่สว่างจ้าเกินไปจะทำให้ดวงตาล้า รวมถึงแส่งสว่างที่น้อยเกินไปก็เป็นอันตรายเช่นกันเพราะต้องเพ่งมองหนักกว่าเดิม ควรปรับให้พอดีไม่มากและไม่น้อยไป เพื่อความสบายของดวงตาให้มากที่สุด

6. เปลี่ยนท่านั่งทำงานทุกๆ 20 นาที หรือหมั่นขยับตัวบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระให้กับกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป รวมถึงควรลุกขึ้นมายืดเส้นสาย คลายกล้ามเนื้อ สะบัดแขนสะบัดขา เป็นการรีสตาร์ทร่างกายให้ตัวเองไปในตัว

7. เลือกใช้เก้าอี้แบบมีพนักพิงในการทำงาน รวมถึงมีที่รองแขน เพื่อใช้เอนหลัง วางมือ ป้องกันอาการปวดเมื่อยตามแผ่นหลัง และอาการกระดูกทับเส้นประสา

8. ปิดคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊คเมื่อเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันการไหลเวียนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

9. วางต้นไม้ กระถางดอกไม้เล็กๆ บนโต๊ะทำงาน ช่วยให้บรรยากาศการทำงานมีสีเขียวแซมขึ้นมาให้สดชื่นบ้าง รวมถึงสามารถพักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ไปมองได้อีกด้วยในกรณีที่ไม่มีวิวสีเขียวภายนอกให้ดู

เพื่อนๆ เองก็สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้เองได้ง่ายๆ นอกจากไม่เสียเงินแล้ว ยังช่วยให้ห่างไกลจากโรค ”ออฟฟิศซินโดรม” ได้อีกด้วย หากถูกใจบทความ ช่วยกดไลค์เพจ Yu Serviced Office และแชร์โพส เป็นกำลังใจให้ทีมแอดมินด้วยน้า

Author: Raphi Nonthasiri

3 thoughts on “ออฟฟิศซินโดรม – ป้องกันไว้ดีกว่าแก้

  1. […] 被稱為上班族的夥伴們,一定逃不過每天得坐在電腦面前一整天的命運!就因為每天得坐在同一個地方做著相同無數的事情,進而導致有時候會讓身心感到非常疲累跟厭倦,所以一些微小的疾病就會慢慢產生…。延伸閱讀 ➢ โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) […]

  2. […] Extended Reading➢ โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) […]

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *