จะเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ รวมถึงในประเทศไทยที่มีการเลี้ยงน้องหมา/แมว ไว้เฝ้าบ้านเพื่อป้องกันผู้บุกรุก แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน ถิ่นที่อยู่ของคนก็เปลี่ยนไปด้วย เนื่องด้วยราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงขึ้น จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะพักอาศัยอยู่ตาม คอนโดมิเนียม แมนชั่น แฟลต หรือห้องพักต่างๆ เนื่องจากราคาที่สามารถจับต้องได้ และความสะดวกสบายในการเดินทาง ทว่า หลายคนก็ยังต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในคอนโดไว้เป็นเพื่อนคู่ใจยามเหงา แต่ในเมื่อคอนโดเป็นสถานที่ที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น จึงอาจจะสร้างความรำคาญ หรือรบกวนผู้อื่นได้ เรามาดูกันว่า ก่อนที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในคอนโด ควรมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะให้เรา สัตว์เลี้ยง และเพื่อนบ้านของเรา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

  1. เลือก ซื้อ/เช่า คอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์

ไม่ใช่ทุกคอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ ฉะนั้นก่อนคุณจะทำสัญญาซื้อขาย คุณควรสอบถามทางคอนโดให้แน่ใจเสียก่อนว่าสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่ เพราะคงไม่ดีแน่หากต้องแอบเลี้ยงไม่ให้ทางคอนโดจับได้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหากับคอนโด และเป็นปัญหาต่อตัวสัตว์ลี้ยงเองที่ถูกเจ้าของนำมาทิ้ง

  1. สเปรย์ดับกลิ่น

เป็นอุปกรณ์ที่ผู้เลี้ยงสัตว์ในคอนโดควรมีติดไว้ทุกคน สำหรับฉีดพ่นตามบริเวณที่สัตว์เลี้ยงถ่ายหนัก/เบา ช่วยลดกลิ่นฉุนภายในบ้าน ไม่ให้รบกวนห้องอื่น

  1. หมั่นเก็บของเสียของสัตว์เลี้ยงทุกวัน

ไม่ว่าจะเป็นของเสียจากน้องหมาบนกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือในกระบะทรายของน้องแมว ก็ต้องเก็บทิ้งทุกวัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์จะคละคลุ้งทั่วห้องและเป็นบ่อเกิดชั้นดีของเชื้อโรค

  1. ไม่ควรเลี้ยงน้องหมาขนาดใหญ่

สุนัขสายพันธุ์ใหญ่นั้นเป็นสายพันธุ์ที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ควรจะมีที่ให้เขาวิ่งเล่น และมีเวลาพาเขาไปออกกำลัง เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขเกิดความเครียดและทำลายข้าวของในบ้านแทนการออกกำลัง

  1. หากเลี้ยงแมวก็ควรติดตะแกรงไว้ที่ระเบียง

เนื่องด้วยแมวมีนิสัยอยากรู้อยาเห็น ซุกซน ชอบปีนป่าย ปัญหาเรื่องแมวพลัดตกจากอาคารเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยๆ ทางแก้ที่ดีคือทำตะแกรงติดไว้ที่หน้าต่าง ระเบียง ป้องกันไม่ให้แมวเล่นซนจนตกลงไป

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

5 สิ่งที่ไม่ควรละเลยในการปล่อยเช่าบ้าน

การปล่อยเช่าบ้านเป็นอีก 1 วิธีในการหารายได้แบบ Passive Income หรือการปล่อยให้ทรัพย์สินที่เรามีทำงานหาเงินมาให้เรา ผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 1 ที่ หลายรายจึงเลือกที่จะปล่อยเช่าบ้านของตน แทนการปล่อยบ้านทิ้งเปล่าอย่างไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
ฟังเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ความจริงแล้วการปล่อยเช่าบ้านนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด ผู้ให้เช่าหลายคนต่างขาดทุนกันมามากแล้ว ความคิดที่ว่าการปล่อยเช่ากับเป็นเสือนอนกินจึงเป็นความคิดที่ผิด ในบทความนี้ Yu Serviced Office จึงอยากเสนอ 5 สิ่งที่ไม่ควรละเลยในการปล่อยเช่าบ้าน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และความสูญเสียที่จะตามมา ดังนี้

  1. ละเลยด้านเงินทุน

หากคุณกำลังคิดจะผ่อนบ้านสักหลังด้วยการปล่อยเช่า เอาค่าเช่าไปผ่อนชำระกับธนาคาร วิธีการนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากหากคุณไม่มีเงินสำรองติดตัวไว้ การปล่อยเช่าบ้านไม่ได้ง่ายแบบที่ปล่อยปุ๊บ ได้ผู้เช่าปั๊บ ในปัจจุบันมีผู้ปล่อยเช่าบ้านของตนอยู่หลากหลาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีคนมาติดต่อเช่าในเร็ววัน คุณควรมีเงินสำหรับผ่อนให้ธนาคารไปก่อนจนกว่าจะได้เงินจากผู้เช่า มิฉะนั้นแล้วจะเกิดปัญหาเรื่องไม่มีเงินผ่อนชำระกับธนาคารได้

อีกกรณีหนึ่งคือเงินทุนสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายของตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลาง ค่าประกันบ้าน ค่าซ่อมแซมในกรณีที่บ้านเกิดความเสียหาย และค่าบำรุงรักษาบ้าน ซึ่งผู้ปล่อยเช่าควรมีเงินก้อนสำรองเก็บเอาไว้ในส่วนนี้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน

  1. ละเลยด้านผู้เช่า

ผู้ปล่อยเช่าหลายรายปล่อยปะละเลยกับผู้มาเช่า เพียงเห็นว่าเขาสนใจก็ยินดีอ้าแขนรับเขาเข้ามาเป็นผู้เช่าเพราะต้องการกินเงินค่าเช่า ซึ่งการละเลยนี้อาจนำมาซึ่งปัญหาในอนาคตมากมาย ผู้เช่าจึงควรนำชื่อของผู้ที่สนใจเช่าบ้านมาตรวจสอบเพื่อเช็คดูว่ามีประวัติอาชญากรรมหรือไม่ เคยก่อคดีฉ้อโกงไว้หรือเปล่า เพื่อป้องกันการใช้บ้านเช่าเป็นสถานที่ทำเรื่องผิดกฎหมาย หรือก่อคดีฉ้อโกงทรัพย์ในอนาคต

  1. ละเลยเรื่องสัญญาเช่า

ในการเช่าทุกครั้งควรทำสัญญาเอาไว้เป็นรายลักษณ์อักษรไม่ว่าคุณจะสนิทกับผู้มาเช่าแค่ไหนก็ตาม การทำสัญญาเช่าปากเปล่านำพามาซึ่งปัญหามากมาย ทั้งการฉ้อโกง ความรับผิดชอบในกรณีที่มีทรัพย์สินพัง และอื่นๆ ในการปล่อยเช่าจึงควรมีการเขียนสัญญาขึ้นมา หรือใจปัจจุบันมีวิธีที่สะดวกสบายมากขึ้น นั่นคือการเลือกดาวน์โหลดสัญญาเช่าบ้านจากอินเตอร์เน็ต เลือกสัญญาที่ใกล้เคียงกับความต้องการตนเองมากที่สุด เปลี่ยนข้อมูลให้สอดคล้องกับบ้านเรา และนำมาใช้ วึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันปัญหาการฉ้อโกงและการปัดความรับผิดชอบที่จะตามมาแล้ว ยังช่วยให้ทั้งผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่า ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในกรณีมีปัญหากันอีกด้วย

  1. ละเลยการตรวจสอบบ้านเป็นประจำ

อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่าการปล่อยเช่าบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจเสือนอนกินที่จะปล่อยบ้านไปและรอกินเงินเช่ารายเดือน ผู้ปล่อยเช่าควรหมั่นมาตรวจสอบบ้านที่ปล่อยเช่าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งควรจะระบุถึงกำหนดการณ์การเยี่ยมชมบ้านไว้ในสัญญาด้วย จะได้ไม่เป็นปัญหาในภายหลัง ซึ่งควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วนทั้งสภาพบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามซอกและมุมต่างๆ

  1. ละเลยเรื่องการทำบัญชี

ในการปล่อยเช่าควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่ได้รับ ค่าใช้จ่ายยิบย่อยอย่างค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำไฟ ค่าส่วนกลาง รวมถึงภาษีโรงเรือนและภาษีที่ดิน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

Yu Serviced Office พากิน – 11 ร้านอาหารที่ต้องลองใน Suanplern Market

ในการตัดสินใจเลือกตั้งสำนักงานในที่ใดที่หนึ่ง ย่อมมีองค์ประกอบหลายอย่างที่นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นตัวสำนักงานที่ต้องมีคุณภาพ, ค่าเช่าที่สมเหตุสมผล, การเดินทาง รวมถึงสถานที่โดยรอบสำนักงานเองก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ หากตัวสำนักงานตั้งอยู่ในสถานที่ห่างไกลจากแหล่งชุมชน เข้าถึงยาก หาของกินลำบาก ผู้ประกอบการก็จะไม่เลือกลงทุนเช่าสำนักงานอยู่ในสถานที่นั้น

วันนี้ Yu Serviced Office จึงอยากมาแนะนำสถานที่รับประทานอาหารใกล้เคียงสำนักงานของเรา เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยประกอบการตัดสินใจหากคุณกำลังมองหาสำนักงานให้เช่าที่อยู่ในย่านธุรกิจ และรายล้อมไปด้วยร้านอาหารมากมาย

ในวันนี้ เราขอเสนอ: สวนเพลินมาร์เก็ต (Suanplern Market)

สวนเพลินมาร์เก็ต เป็นศูนย์การค้าย่านพระราม4 ตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ให้ความรู้สึกสุขุม มีระดับ ก่อสร้างบนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารมาลีนนท์ และติดกับอาคาร Green Tower ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Yu Serviced Office

ภายในบริเวณศูนย์การค้า เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร และร้านขายสินค้าแฟชั่น ซึ่งร้านอาหารหลักๆ ที่ตั้งอยู่ในสวนเพลินมาร์เก็ต มีดังนี้

  1. ไก่ย่างนิตยา

ร้านอาหารแบรนด์ไทยรสชาติถูกปาก ที่มีจุดขายในด้านการนำวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาประกอบอาหาร เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านคงหนีไม่พ้นไก่ย่างสูตรนิตยาที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องสั่ง รวมถึงส้มตำ ต้มแซ่บ แกงเห็ดเพาะ และอาหารไทยอื่นๆ ที่รสชาติถูกปากไม่แพ้กัน

  1. เจ๊ทู่คลองเตย

หนึ่งในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในย่านนี้ ซึ่งแตกสาขามาอยู่ที่สวนเพลินมาร์เก็ต เจ๊ทู่ขายอาหารหลายชนิดตั้งแต่ข้าวแกง ของหวาน ซึ่งในศูนย์อาหารนี้ก็เป็นร้านเย็นตาโฟเจ๊ทู่ที่ขายทั้งก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เย็นตาโฟ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ด้วยราคาที่พอประมาณและรสชาติที่อร่อย ทำให้พนักงานออฟฟิศหลายคนแวะเวียนกันมาเป็นลูกค้าเจ๊ทู่คลองเตยอยู่เสมอ

  1. ก๋วยเตี๋ยวเตาถ่านออนเซ็น

ร้านอาหารน้องใหม่ประจำสวนเพลินมาร์เก็ต ซึ่งคุณจะไม่มีที่นั่งกินแน่ๆ หากลงมารับประทานอาหารตอนเที่ยงตรง เพราะคนจะเต็มแน่นร้านตั้งแต่ 11 โมงกว่าๆ แล้ว เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้คือก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ไข่ออนเซ็น หมู 3 ชั้นชุบแป้งทอด รวมถึงเล้งรสแซ่บ

  1. คั่วพริกเกลือ อาหารตามสั่ง

แค่ชื่อก็แซ่บแล้ว ร้านอาหารตามสั่งรสจัดจ้านที่มีเมนูซิกเนเจอร์คือ หมู / ทะเล คั่วพริกเกลือ เป็นการนำเนื้อสัตว์ไปชุบแป้งทอดกรอบ จากนั้นจึงนำมาผัดกับพริกสด เกลือ ต้นหอม กระเทียม ให้ได้รสชาติที่จัดจ้านและกลิ่นที่หอมเย้ายวน เรียกได้ว่าแค่ก้าวเท้าเข้าไปกลิ่นก็ลอยเข้ามาเตะจมูกแล้ว หากใครคิดจะสั่งต้องไปแต่เนิ่นๆ เพราะคิวที่รอยาวมากโดยเฉพาะตอนเที่ยงวัน

  1. ZEN Japanese Restaurant

ร้านซูชิเจ้าดังจากญี่ปุ่นที่มีความเด่นเรื่องความสดของวัตถุดิบที่มีสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย และหนึ่งในสาขานั้นก็อยู่ที่สวนเพลินมาร์เก็ต ทั้งซูชิ ซาชิมิ หม้อไฟญี่ปุ่น ข้าวหน้าปลาไหล พร้อมให้คุณเลือกทาน

  1. Starbucks

ร้านกาแฟเจ้าดังจากวอชิงตัน, สหรัฐอเมริกา ที่มีสาขากว่าสองหมื่นแปดพันแห่ง Starbucks ที่สวนเพลินมาร์เก็ตมีด้วยกัน 2 ชั้น ไม่ว่าคุณจะชอบบรรยากาศครื้นเครงข้างล่าง หรือบรรยากาศที่เงียบสงบข้างบน ก็เลือกได้

  1. Santa Fe’ Steak

เอาใจคนชอบทานเนื้อกับ Santa Fe’ Steak ร้านสเต๊กแบรนด์ดังในไทยที่มาตั้งสาขาที่พระราม4 เมนูในร้านเสิร์ฟทั้งเมนูจาก ปลา ไก่ หมู เนื้อ พร้อมสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า มันฝรั่งทอด ไส้กรอกเยอรมัน และเครื่องเคียงอื่นๆ ที่เรียกได้ว่าหากคุณเป็นสายรับประทานเนื้อย่าง Santa Fe’ Steak เองก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด

  1. 8. The Pizza Company

เฟรนไชส์พิซซ่าเจ้าดังในไทยด้วยโลโก้สีเขียวที่เป็นจุดเด่น และหน้าพิซซ่าที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ ทำให้ The Pizza Company ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วในประเทศไทยและครอบคลุมมาถึงสวนเพลินมาร์เก็ตแห่งนี้ ซึ่งนอกจากพิซซ่าแล้ว ยังมีของทานเล่นอื่นๆ ไก่นิวออลีน สปาเก็ตตี้ ข้าวหน้าไก่เกาหลี พิซซ่าพัพ ขนมปังกระเทียม เรียกได้ว่าเข้าร้านเดียว อิ่มได้หลายเมนู

  1. ติดเส้น ก๋วยจั๊บญวน

ร้านขายอาหารเวียดนามเพียงหนึ่งเดียวของสวนเพลินมาร์เก็ต มีทั้งก๋วยจั๊บญวนแบบออริจินอล ต้มยำก๋วยจั๊บญวน บะหมี่ไก่ทอด บะหมี่ไข่ออนเซ็น และไข่กระทะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแซ่บ หรือสายออริจินอลก็อร่อยถูกปากแน่นอน

  1. Ba Ba Liu (ปาปาลิ่ว)

ร้านบะหมี่สไตล์ไต้หวันที่มีบรรจุภัณฑ์สไตล์กิ๊ฟเก๋ ขายทั้งบะหมี่ ของหวาน และชาไข่มุกรสชาติดี นอกจากนั้นภาชนะที่ใส่ยังแปลกใหม่ คือเป็นถ้วยชามบะหมี่ประกบกับแก้วชาไข่มุกรสชาติดีที่อยู่ข้างใต้ เรียกได้ว่าทั้งกินอาหารและดูดชาไข่มุกได้พร้อมๆ กันเลย ซึ่งอาหารหลักที่ขายจะเป็น เซฉวนเมี่ยน 2 รส รสงา และรสหมาล่า ของทอดทานเล่น น้ำแข็งไสสไตล์ไต้หวัน และชาไข่มุกที่ไข่มุกอร่อยมากกกกกก สายชาไข่มุกไม่ควรพลาด

  1. ขาหมูจ่าโจ

ข้าวขาหมูสวนเพลิน ที่นอกจากจะขายเป็นข้าวแล้ว ยังมีบะหมี่ขาหมูขายอีกด้วย รวมถึงข้าวไส้หมูราดน้ำพะโล้ชุ่มๆ สูตรเด็ด เคียงกับผักดองและไข่พะโล้ เพียงแค่เดินเข้าสวนเพลินไปคุณก็เห็นได้เลย เพราะเป็นร้านแรกที่ตั้งติดกับทางเข้าสวนเพลิน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

โพสต์ขายบ้านอย่างไรให้น่าสนใจ รวมคำพูดที่ควรใช้/หลีกเลี่ยงในการลงประกาศขายบ้าน

เพราะเพียงรูปถ่ายและราคาของบ้านนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจติดต่อเข้ามา คำโฆษณาที่ใช้ในการขายบ้านก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้ผู้ซื้อเลือกที่จะยกหูโทรศัพท์ต่อสายมาหาเราเช่นกัน

ในตอนที่แล้ว Yu Serviced Office ได้พูดถึงเทคนิคพื้นฐานในการโพสต์ปล่อยขาย/เช่าบ้าน ซึ่งรวมถึงช่องทางการโฆษณาต่างๆ มาวันนี้ เราจึงอยากขอเสนอ “เทคนิคการโพสต์ขายบ้าน” การเลือกใช้คำพูด คำไหนควรหลี่กเลี่ยงและคำไหนที่ควรนำมาใช้ เพื่อให้บ้านเราขายออกได้ง่ายขึ้น

ประเภทคำพูดที่ควรใช้

1.พร้อมเข้าอยู่ / Ready to move in

ใช้เมื่อบ้านที่คุณปล่อยขาย/เช่า อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สะอาด ตกแต่งภายในเสร็จสรรพ เมื่อซื้อแล้วไม่ต้องนำไปซ่อมบำรุงเพิ่ม การใช้คำพูดนี้จะเป็นการบ่งบอกผู้ซื้อว่าสามารถหิ้วประเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย

2.เฟอร์นิเจอร์พร้อมใช้ / Fully Furnished

หากบ้านที่คุณโฆษณามีเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานให้ครบครัน การใช้คำพูดนี้จะทำให้ผู้ซื้อรู้สึกคุ้มค่า ไม่ต้องควักกระเป๋าเงินซื้อของเข้าบ้านเพิ่ม

3.รีโนเวทเรียบร้อย / Renovated

การโพสต์ขายบ้านมือสองนั้น มีทั้งการขายแบบอยู่ในสภาพเก่า หรือสภาพปรับปรุงใหม่ หากบ้านที่คุณจะขายผ่านการซ่อมแซมและปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว การใช้คำพูดนี้ก็จะทำให้บ้านสามารถปล่อยขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

4.อยู่ใกล้……. / Closed to…..

ทำเลบ้านที่เราขายอยู่ใกล้สถานที่สำคัญหรือเป็นประโยชน์ เช่น ห้างสรรพสินค้า, ย่านธุรกิจ, ตัวเมืองหลัก หรืออาจจะอยู่ใกล้ช่องทางขนส่งสาธารณะ เช่นรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งใต้ดิน บนดิน ถนนเส้นหลัก ทางด่วนพิเศษ หรืออื่นๆ ผู้ที่เห็นโฆษณาจะรู้สึกว่าบ้านที่กำลังดูอยู่นั้นมีช่องทางเดินทางที่สะดวก อยู่ใกล้แหล่งชุมชน สะดวกต่อการเดินทางไปทำงานหรือหาสถานที่เที่ยว

5.สงบ มีความเป็นส่วนตัว / Peaceful & Full of privacy

ถ้าบ้านคุณไม่ได้ติดถนนหลักล่ะ จะโฆษณาอย่างไรดี? เราสามารถนำเสนอว่าบ้านเราอยู่ในละแวกที่สงบ ปราศจากเสียงรบกวนและมลภาวะจากถนนใหญ่ได้

ประเภทคำพูดที่ควรหลีกเลี่ยง

1.ขนาดเล็ก / Small

จะซื้อบ้านทั้งทีคงไม่มีใครอยากได้บ้านขนาดเล็กเป็นแน่ ถึงแม้บ้านที่เราโฆษณาขายจะมีเนื้อที่ไม่มากนัก เราก็สามารถเลือกใช้คำพูดให้บ้านของเราดูดีขึ้นมาได้ โดยเปลี่ยนมาใช้คำว่า กระทัดรัด (Modest) หรือ พอเหมาะ (Medium Size)

2.เก่า ล้าสมัย (Old – Old fashion)

บ้านของคุณอาจจะมาในสไตล์ย้อนยุค ทว่า การใช้คำว่า “เก่า” นั้นย่อมไม่เป็นผลดีแน่ต่อการโฆษณา เพราะอาจจะถูกตีความหมายได้ว่าเป็นความเก่าแบบคร่ำครึ ผ่านการใช้งานมาหนักหน่วงจนมีสภาพทรุดโทรม หากต้องการจะขายบ้านและใช้ความย้อนยุคเป็นตัวชูโรงในการขาย ควรใช้คำว่า สไตล์วินเทจ (Vintage Style) หรือสไตล์เรโทร (Retro Style)

3.ขายด่วน (Urgent sale)

ของดีไม่รีบ ของรีบไม่ดี การลงประกาศว่ารีบขายจะทำให้ผู้ซื้อเฉลียวใจถึงเหตุผลที่รีบขายว่าอาจเป็นเพราะบ้านอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม หรือเจ้าของบ้านร้อนใช้เงิน

4.ติดป้ายรถเมล์ / ทางรถไฟ (Closed to bus stop / train rail)

การใช้คำว่าติดป้ายรถเมล์ หรือใกล้ทางรถไฟ จะทำให้ผู้ซื้อจินตนาภาพถึงฝุ่นควัน มลภาวะทางอากาศ และทางเสียง รวมถึงความวุ่นวายจากผู้คนที่ใช้งานรถสาธารณะ หากจะต้องการสื่อว่าบ้านที่จะขายนั้นอยู่ติดเส้นทางสัญจรหลัก มีรถเมล์วิ่งผ่าน ควรใช้คำว่า การคมนาคมสะดวก (Closed to public transportation หรือ Transportation friendly) แทน

การตั้งหัวข้อประกาศ

ประโยคที่ใช่จั่วหัวประกาศของเราควรกระชับ ได้ใจความ และดึงดูดลูกค้าให้กดคลิกเข้ามาได้ในประโยคเดียว ในหนึ่งประโยคควรประกอบด้วย

[เช่า/ขาย]—[ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่จะขาย]—[สถานที่ใกล้เคียงที่โดดเด่น / หรือช่องทางคมนาคมหลัก]—[ขนาด]—[จุดขายของอสังหาตัวนั้น]

ยกตัวอย่าง

– ขายบ้าน 2 ชั้นติด BTS ทองหล่อ 180 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ครบครัน

– ปล่อยเช่าคอนโด 2 ห้องนอน 1 นั่งเล่น 1 ห้องน้ำ ติดศูนย์การค้าสยามพารากอน 32 ตร.ม. พร้อมเข้าอยู่ได้เลย

เท่านี้หัวข้อประกาศของเราก็น่ามอง ดึงดูดให้คนคลิกเข้ามาดูแล้ว

 

โดยสรุปแล้ว บ้านที่อยู่ในสภาพดี ราคาย่อมเยา และมีคำโฆษณาที่ดึงดูด 3 สิ่งนี้จะช่วยเกื้อหนุนกันให้ลูกค้าเกิดความสนใจและติดต่อเข้ามาเป็นลูกค้าของเรา

สุดท้ายแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

Gadget ประจำออฟฟิศ ตัวช่วยที่ทำให้ชีวิตการทำงานมีความสุขมากขึ้น

Gadget

การนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์ จัดการงานเอกสาร และวุ่นกับการรับโทรศัพท์จากลูกค้า เป็นวิถีชีวิตที่เหล่าพนักงานออฟฟิศทุกคนต้องประสบเป็นกิจวัตรประจำวัน แม้บางทีจะเบื่อไปบ้างแต่ด้วยภาระหน้าที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็ต้องก้มหน้าก้มตารับผิดชอบงานในส่วนของเราต่อไป
เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนงานที่ทำอยู่ให้กลายเป็นงานที่สนุก สิ่งที่เราทำได้ก็คือการเพิ่มสีสันต่างๆ ให้กับชีวิตทำงานของเรา วันนี้ Yu Serviced Office จึงอยากเสนอ Gadget ต่างๆ ที่สามารถช่วยให้ชีวิตการทำงานเราสะดวกสบายมากขึ้น เพิ่มความผ่อนคลาย และช่วยลดความเครียดสะสมที่เกิดขึ้นระหว่างวัน มาดูกันดีกว่าว่า Gadget แต่ละตัวมีอะไร และทำประโยชน์อะไรได้บ้าง:

Gadget-หมองรองคอ

  1. หมองรองคอ

หมองรูปทรงโดนัทผ่าครึ่ง ทำจากผ้าที่ให้ความรู้สึกนิ่ม แต่ก็มีความตึงผิวไม่ยวบไปตามแรกกดทับ เมื่อนำมารองคอระหว่างนั่งทำงานบนเก้าอี้พนักพิงจะทำให้ช่วยลดภาระความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นระหว่างนั่งซึ่งเป็นอีกหนึ่งในอาการของโรคออฟฟิศซินโดรม

Gadget-ที่วางโทรศัพท์

  1. ขาตั้งโทรศัพท์

ขาตั้งโทรศัพท์ช่วยให้เราสามารถเห็นการแจ้งเตือนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ต้องหยิบจับมือถือของเราขึ้นมา ในปัจจุบัน ขาตั้งโทรศัพท์ถูกผลิตขึ้นมาหลากหลายดีไซน์ และพ่วงการใช้งานหลายฟังค์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ ช่องเสียบนามบัตร เครื่องเขียน วางคลิปหนีบกระดาษ และอื่นๆ อีกมากมาย

Gadget-แว่นกรองแสง

  1. แว่นกรองแสงสีฟ้า

แสงสีฟ้า เป็นแสงที่ถูกฉายออกมาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แทปเลต โทรศัพท์มือถือ หรือโทรทัศน์ สามารถเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ ไม่ว่าจะเป็นภาวะตาล้า ปวดตา ตาแห้ง ตาพร่า หรือหนักเข้าก็จะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมในระยะยาว หากต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ควรเลือกใส่แว่นที่เรียกว่า “แว่นตากรองแสงสีฟ้า” หรือ “แว่นถนอมสายตา” โดยสามารถสั่งตัดได้ที่ร้านแว่นทั่วไป ไม่ว่าคุณจะสายตาสั้น หรือไม่ก็ตาม

Gadget-บอลยาง

  1. ลูกบอลยาง

ลูกบอลยางลูกเล็กๆ ขนาดพอดีมือ เป็นเครื่องแก้เบื่ออย่างดีในยามทำงาน การได้บีบจับลูกบอลยางยังช่วยบริหารข้อมือ นิ้วมือ และอุ้งมือ ทำให้ลดการเกร็งจากการพิมพ์งานเป็นการออกกำลังกายเล็กๆ ไปในตัว

Gadget-Figget-Cube

  1. Fidget Cube

เจ้าอุปกรณ์ 6 เหลี่ยมหน้าตาคล้ายลูกเต๋านี้เป็นอุปกรณ์ที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่นและวัยทำงาน ด้วยดีไซน์ขนาดเล็กพอดีมือ และทุกหน้าเต๋าติดตั้งด้วยอุปกรณ์บริหารมือชนิดต่างๆ ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ทำงานด้านใช้ความคิดที่ไม่สามารถวางมืออยู่นิ่งๆ ได้ตอนกำลังคิดงาน

ยังมี Gadget อีกมากมายนอกเหนือจากนี้ที่สามารถใช้เพื่อความผ่อนคลาย หรือทำให้ชีวิตพนักงานออฟฟิศสะดวกสบายมากขึ้น หากพบเจออะไรเจ๋งๆ อีก ทาง Yu Serviced Office จะนำมาอัพเดตให้อ่านกันอีกแน่นอน ติดตามบทความดีๆ เกี่ยวกับชีวิตทำงานออฟฟิศเพิ่มเติมได้ที่ Yu Serviced Office

สุดท้ายแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

 

 

Conference Room ที่ Yu Serviced Office ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

บริการ Conference Room หรือห้องสำหรับการประชุม เป็นหนึ่งในบริการย่อยของ Yu Serviced Office โดยคิดค่าบริการต่อการใช้งานเท่านั้น ผู้เช่าจึงหมดห่วงในเรื่องของการรวมค่าห้องประชุมลงไปในค่าเช่า นอกจากนั้น ลูกค้าที่เช่า Office ทำงานของ Yu Serviced Office ทุกท่านจะได้รับสิทธิพิเศษใช้บริการห้องประชุมเล็กฟรี 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือเลือกรับเป็นการใช้งานห้องประชุมใหญ่ฟรี 1 ครั้งต่อสัปดาห์แทนก็ได้

นอกจากนั้น Yu Serviced Office ยังเปิดให้เช่าห้องประชุมสำหรับบุคคลภายนอก ในกรณีที่ต้องการใช้สถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบทความนี้จะพูดถึงเรื่องกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถจัดในห้องประชุมของเราได้ เป็นแนวทางให้แก่ผู้ที่กำลังมองหาห้องประชุมสำหรับทำกิจกรรม

โดยกิจกรรมที่สามารถประยุกต์ใช้กับห้องประชุมของ Yu Serviced Office ได้ มีดังนี้

  1. การจัดประชุมแบบสามัญ

ห้องประชุมของเราเป็นโต๊ะยาว พร้อมเก้าอี้พนักพิงตั้งขนาบทั้ง 2 ด้าน พร้อมเครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ที่สามารถต่อเข้ากับแล็ปท็อปได้ รวมถึงผนังที่เก็บเสียง ทำให้หมดกังวลว่าเสียงจากภายนอกจะดังเข้ามารบกวนการประชุม

  1. งานด้านใช้ความคิดสร้างสรรค์ / การระดมสมอง

ผนังของ Conference Room ที่ Yu Serviced Office รอบด้าน ทำจากกระจกชนิดพิเศษ ที่นอกจากจะกันเสียงได้แล้ว ยังใช้แทนกระดานดำได้ด้วย คุณสามารถขีดเขียนลงบนผนังและลบออกอย่างง่ายดายด้วยแปรงลบกระดาน ขีดเขียนได้อย่างหมดห่วง บรรเลงความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

  1. งานบรรยาย / สัมมนา

หากคุณต้องการสถานที่สำหรับการจัดสัมมนาในหัวข้อต่างๆ หรือบรรยายสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้กับผู้ฟังของคุณ ห้องประชุมของเราก็พร้อมรับรอง รวมถึงมีบริการจัดหา Snack Box ให้กับแขกของคุณด้วย (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

  1. งาน Workshop

งานฝีมือห้องประชุมของเราก็รับ การทำของ DIY จัดดอกไม้ หรืองานฝีมือถักร้อย เรายินดีให้เช่าพื้นที่ของเราในการเปิดคลาสสอนกิจกรรมเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการพานักเรียนมาเข้าคลาสโดยตรง หรือเปิดไลฟ์สอนออนไลน์ก็สามารถไลฟ์สดได้อย่างไม่มีกระตุกด้วยอินเตอร์เน็ต WIFI ความเร็วสูงของเรา

  1. สอนพิเศษ / ติวหนังสือ

นอกจากห้องประชุมใหญ่แล้ว ห้องประชุมเล็กขนาด 2-4 ที่นั่งของเรายังเหมาะสำหรับกิจกรรมที่ต้องใช้ความเป็นส่วนตัวและสมาธิ เช่น การติวหนังสือ ด้วยขนาดพื้นที่ที่พอเหมาะ และโต๊ะทรงกลมทำให้สามารถโน้มตัวมาติวหนังสือได้สะดวก

สุดท้ายแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

สำนักงานให้เช่ารูปแบบต่างๆ – เลือกออฟฟิศที่ใช่ให้เหมาะสมกับธุรกิจ

สำนักงานให้เช่า หรือ ออฟฟิศให้เช่า เป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ประกอบการทั้งในและนอกประเทศ เมื่อเทียบกับการซื้ออาคารพาณิชย์ การซื้ออาคารมีการใช้เงินทุนที่สูงกว่ามาก ยิ่งถ้าเป็นอาคารในทำเลย่านธุรกิจด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง ราคาพุ่งสูงระดับ 50-100 ล้านก็มี
ผู้ประกอบการในปัจจุบันจึงหันหน้ามาใช้บริการสำนักงานให้เช่าแทน ด้วยราคาที่ถูกกว่าหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับการซื้อ  สะดวกต่อการย้ายเข้าเพราะมีการตกแต่งภายในและการวางเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นเรียบร้อย นอกจากนั้น ทำเลของออฟฟิศให้เช่ายังตั้งอยู่ในพื้นที่ธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการที่สนใจจะตั้งสำนักงานในย่านธุรกิจด้วยงบที่จำกัด เทใจมาใช้บริการอาคารพาณิชย์ให้เช่ารูปแบบนี้กัน

สำนักงานให้เช่านั้นแบ่งออกด้วยกันหลายรูปแบบและมีค่าบริการที่มากน้อยต่างกันไป มาดูกันดีกว่าว่าในปัจจุบัน สำนักงานให้เช่าถูกแบ่งออกเป็นกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะกับธุรกิจประเภทไหนบ้าง

  1. Traditional Office

Traditional Office หรือพื้นที่สำนักงานเปล่า เป็นสำนักงานให้เช่าสุดคลาสสิคที่มีตั้งแต่ยุคแรกๆ ด้วยลักษณะเป็นพื้นที่อาคารว่าง อาจจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของชั้นในอาคาร หรือปล่อยเช่าทั้งชั้น มักมาในรูปแบบของชั้นอาคารที่ก่อสร้างวางระบบน้ำ-ไฟเรียบร้อย แต่ยังไม่มีการตกแต่งภายในหรือการกั้นห้อง พื้นที่สำนักงานเปล่าเหมาะสำหรับธุรกิจที่มีบุคลากรเยอะ และต้องการกั้นห้องต่างๆ เอง ข้อดีของสำนักงานเช่าประเภทนี้คือราคาต่อตารางเมตรที่ถูก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่ผู้เช่าต้องเป็นฝ่ายจัดการเรื่องการกั้นห้อง ขนเฟอร์นิเจอร์ และวางระบบแอร์เอง ทั้งในส่วนของการว่าจ้างบริษัทมาดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  1. Serviced Office

Serviced Office หรือสำนักงานสำเร็จรูป เปรียบเสมือนคู่ตรงข้ามของ Traditional Office เป็นออฟฟิศประเภทใหม่ที่เกิดตามหลังออฟฟิศรูปแบบแรก โดยเพิ่มเติมด้วยการตกแต่งห้อง วางเฟอร์นิเจอร์ และมีการกั้นห้องโดยวัสดุกันเสียงเสร็จสรรพ โดยห้องจะมีขนาดแตกต่างกันไปตามแต่ Serviced Office แต่ละแบรนด์ มักเริ่มต้นตั้งแต่ห้องขนาด 1-2 ที่นั่ง ไปจนถึง 8-10 ที่นั่ง ด้วยชื่อที่มีคำว่า Serviced ดังนั้นสำนักงานสำเร็จรูปจึงมีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น พนักงานต้อนรับ บริการรับโทรศัพท์ รับพัสดุและเอกสาร พนักงานทำความสะอาด ช่างซ่อมบำรุง และอื่นๆ ซึ่งค่าบริการในส่วนนั้นจะเป็นความรับผิดชอบของทาง Serviced Office จึงหมดกังวลเรื่องการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปได้เลย ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มีให้เลือกหลายขนาด ตกแต่งพร้อม และราคาที่จับต้องได้ จึงทำให้ Serviced Office เป็นที่นิยมของ Startups, SMEs, หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการตั้งออฟฟิศเล็กไว้ตามย่านต่างๆ เพื่อบริหารงานในเขตนั้น

  1. Home Office

Home Office หรือสำนักงานกึ่งที่พัก เป็นอาคารพาณิชย์ที่มีลักษณะเป็นอาคาร 2-3 ชั้น อาจเป็นอาคารหลังเดี่ยว คู่ หรือมีลักษณะเป็นทาวน์เฮาส์ก็ได้ จุดเด่นของโฮมออฟฟิศคือมีความเป็นส่วนตัวสูงมากเพราะทั้งอาคารเป็นของเราทั้งหมด นั่งทำงานได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และสามารถใช้เป็นที่พักอาศัยได้ ข้อด้อยที่เห็นเด่นชัดของสำนักงานกึ่งที่พักคือราคาที่ผันผวนตามโลเคชั่นของอาคาร แน่นอนว่ายิ่งอยู่ในทำเลดีราคาเช่าต่อเดือนยิ่งราคาสูงลิ่ว รวมถึงค่าน้ำ-ไฟ และค่าซ่อมบำรุง ที่ผู้เช่าต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบในส่วนนั้นเอง

  1. Co-Working Space

Co-Working Space หรือพื้นที่ทำงานร่วมกัน เป็นอีกหนึ่งสำนักงานประเภทให้เช่าสไตล์ใหม่ที่ผุดขึ้นมาเอาใจผู้ทำงานรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมนั่งติดออฟฟิศ เหมาะสำหรับผู้ทำงานด้านครีเอทีฟ งานด้านดิจิตอล หรือฟรีแลนซ์เซอร์ทั้งหลาย โดยลักษณะของ Co-Working Space จะเป็นโถงอาคารกว้าง มีโต๊ะและเก้าอี้ทำงานตั้งเรียงรายสำหรับวางแล็ปท็อปทำงาน โดยพื้นที่จะมีทั้งโต๊ะทำงานเดี่ยว โต๊ะกลม/เหลี่ยม สำหรับนั่งกันเป็นทีม และพื้นที่ว่างสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ โดยอาจมีการให้บริการคาเฟ่เครื่องดื่ม อาหารว่างประกอบด้วยก็ได้ การคิดค่าเช่าของ Co-working Space จะมีทั้งแบบรายวัน, รายชั่วโมง หรือเป็นเมมเบอร์ชิฟรายเดือน ข้อดีของ Co-Working Space คือราคาที่ถูก, ได้นั่งทำงานในสถานที่ที่มีสีสัน, และมีโอกาสพบเจอผู้ประกอบการธุรกิจจากหลายภาคส่วนที่มานั่งทำงานในสถานที่เดียวกัน ส่วนข้อเสียก็คือความไม่ส่วนตัวนักในการทำงาน เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าแต่ละคนก็ต้องมีคุยงานส่งเสียงกันบ้าง

  1. Virtual Office

Virtual Office หรือสำนักงานเสมือนจริง ชื่ออาจฟังไม่คุ้นหูนักแต่เจ้าสำนักงานเสมือนจริงนี้กลับเป็นที่นิยมในยุคปัจจุบันในหมู่ผู้ขายของออนไลน์ Virtual Office คือบริการให้เช่าที่อยู่สำหรับใช้จดทะเบียนบริษัทเพื่อยื่นต่อกรรมสรรพากร เนื่องจากในการประกอบธุรกิจ จำเป็นต้องมีที่อยู่ใช้ในการดำเนินการ แต่ผู้ค้าหลายส่วนก็รู้ว่าธุรกิจของตนไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปเช่าพื้นที่จริงๆ ที่มีราคาแพง Virtual Office จึงตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยการจ่ายค่าเช่ารายเดือนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถยื่นชื่อต่อการจดทะเบียนบริษัทได้แล้ว

ก่อนลงทุนเช่าสำนักงาน ควรศึกษาข้อดีและข้อเสียของอาคารแต่ละประเภท เพื่อความคุ้มค่าและการใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และควรขอนัดเจ้าของสถานที่ไปเยี่ยมชมก่อนตัดสินใจเช่า เพื่อให้ได้เห็นภาพสถานที่จริง และบริเวณโดยรอบว่าเป็นอย่างไร น่าตั้งออฟฟิศหรือไม่

สุดท้ายแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

 

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

 

 

นั่งทำงานที่ Yu Serviced Office แล้วได้อะไรบ้าง?

Yu Serviced Office เป็นสำนักงานให้เช่าน้องใหม่ตั้งอยู่บนชั้น 15 ของอาคาร Green Tower ด้วยจุดเด่นเรื่องความใหม่ สะอาด และราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้สำนักงานของเราตอบโจทย์ลูกค้าได้ตั้งแต่ Startups ไปจนถึงบริษัทต่างประเทศ ที่แวะเวียนมาใช้บริการออฟฟิศของเรา

วันนี้ Yu Serviced Office จึงอยากเสนอถึงสิทธิประโยชน์ที่ผู้ใช้บริการจะได้รับ เมื่อเข้ามาใช้บริการสำนักงานให้เช่าของเรา เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจในการพิจารณาหากคุณกำลังมองหาสำนักงานให้เช่าอยู่

  1. ความสงบและความเป็นส่วนตัว

ทุกห้องของ Yu Serviced Office นั้นบุด้วยกระจกทึบกันเสียง ทำให้เสียงจากภายนอกแทบจะเล็ดลอดเข้ามาไม่ได้ คุณจึงมั่นใจได้เลยว่าจะได้รับประสบการณ์การนั่งทำงานที่สงบ ปราศจากเสียงรบกวนสมาธิ

  1. เข้าออกได้ 24 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์ – เสาร์)

ผู้เช่าทุกคนจะได้รับคีย์การ์ดสำหรับเข้า Yu Serviced Office และกุญแจส่วนบุคคลสำหรับเข้าออฟฟิศของตัวเอง ซึ่งสามารถเข้าออกได้ 24 ชั่วโมงในวันทำการ จันทร์ – เสาร์ เนื่องจากอาคาร Green Tower มีนโยบายปิดทำการทุกวันอาทิตย์

  1. พนักงานต้อนรับ คอยรับเอกสาร พัสดุ

พนักงานต้อนรับของเราพร้อมบริการธุรกิจของคุณในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับแขก เซ็นรับเอกสาร พัสดุ ไม่ว่าคุณจะอยู่ออฟฟิศ หรือไม่ได้เข้ามา เราบริการเก็บจดหมายของคุณไว้ และส่งมอบเมื่อคุณแวะเข้ามาออฟฟิศ

  1. อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

Yu Serviced Office เข้าใจถึงความสำคัญของการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในการทำงาน เพราะคงไม่ดีแน่ถ้าอินเตอร์เน็ตที่ช้ามาทำให้ธุรกิจคุณสะดุด เราจึงให้บริการอินเตอร์เน็ต WIFI ความเร็วสูง และไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม

  1. กาแฟสดดื่มฟรี

เรามีบริการกาแฟสดให้ผู้ใช้บริการดื่มจากเครื่องชงกาแฟของเรา โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติมแต่อย่างใด หากท่านรู้สึกอยากเพิ่มความสดชื่นในร่างกาย ก็สามารถเดินมากดกาแฟสดร้อนๆ ของเราได้ตลอดวัน

  1. เครือข่ายธุรกิจที่หลากหลาย

ผู้ใช้บริการสำนักงานให้เช่าของ Yu Serviced Office มีหลากหลายธุรกิจ ทั้งในและนอกประเทศ ยังไม่รวมถึงบริษัทชั้นนำอื่นๆ ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ใน Green Tower ทั้ง 24 ชั้น นับเป็นเครือข่ายสังคมธุรกิจขนาดใหญ่ ที่หากคุณกำลังมองหาการสร้างเครือข่ายธุรกิจ สำนักงานของเราก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจที่มีเครือข่ายธุรกิจที่กว้าง และหลากหลาย

  1. จ่ายแค่ค่าเช่าก้อนเดียว

ออฟฟิศให้เช่า Yu Serviced Office มีการเก็บค่าเช่าแบบรายเดือน ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้บริการต้องเสียนั้นมีเพียงค่าห้องเท่านั้น ในส่วนของค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากองกลาง รวมถึงค่าอินเตอร์เน็ต ทาง Yu Serviced Office จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด รับประกันได้ว่า ในสัญญาระบุว่าต้องจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่ เมื่อถึงเวลาเรียกเก็บค่าบริการก็จะคิดเพียงค่าเช่าในสัญญาเท่านั้น ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง

  1. ร้านค้าและร้านอาหารที่หลากหลายในละแวก

Yu Serviced Office ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของถนนพระราม 4 ซึ่งล้อมรอบไปด้วยบริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และถนนใหญ่ที่ตัดผ่าน ทำให้ในละแวกนี้ล้วนคึกครื้นและมีสีสัน ทั้งจากร้านอาหาร และพนักงานบริษัท ที่เดินขวักไขว่ไปมาไม่ขาดสาย

  1. บริการที่ใส่ใจและมืออาชีพ

นอกจากสิ่งที่กล่าวไปข้างบนแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราใส่ใจ และยึดถือปฏิบัติคือการดำเนินงานที่คำนึกถึงผู้ใช้บริการเป็นหลัก ผู้ใช้บริการของเราทุกห้องต้องได้รับความสะดวกสบาย และสามารถประกอบกิจการได้อย่างราบรื่นภายใต้สำนักงานให้เช่า Yu Serviced Office เพราะเราเชื่อว่า ความสำเร็จทางธุรกิจของคุณ คือความรับผิดชอบของเรา

สุดท้ายแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

 

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: [email protected]

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

 

Author: Raphi Nonthasiri

มนุษย์เงินเดือนกับการออมเงิน

มนุษย์เงินเดือนทำงานออฟฟิศอย่างเราๆ ต่างเคยประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินเดือนอยู่ไม่ถึงปลายเดือนกันมาแล้วทั้งนั้น ยิ่งกับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายรับแค่ทางเดียวด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่ วันนี้ Yu Serviced Office จึงอยากแนะนำวิธีเก็บหอมรอมริบเงินเดือนให้พอกพูนและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งบางวิธีคุณอาจจะคิดไม่ถึงเลยด้วยซ้ำว่ากำลังเผลอตัวใช้เงินไปอย่างเปล่าประโยชน์ มาดูกันดีกว่าว่าพนักงานออฟฟิศเขามีวิธีออมเงินอย่างไรกันบ้าง

  1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเราใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายได้ดีไปกว่าการทำบันทึกค่าใช้จ่ายของเราเอง การทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะทำให้เราเห็นภาพรวมว่าในเดือนๆ หนึ่ง รายได้ของเรามาจากทางไหนบ้าง และถูกนำออกไปใช้กับอะไรมากที่สุด เพื่อจะได้นำไปลด ละ เลิก รายจ่ายในส่วนนั้นได้ หากคุณเป็นคนที่ขี้เกียจจดบันทึก ในปัจจุบันนี้ก็มีตัวช่วยในการบันทึกรูปแบบต่างๆ เช่นแอพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับรายรับรายจ่าย แค่เพียงพิมพ์สิ่งที่คุณใช้จ่ายไปในแต่ละวัน ระบบก็จะคำนวนให้เสร็จสรรพ สะดวก ฟรี และให้ผลลัพธ์ที่แน่นอน แม่นยำ อีกด้วย

  1. ตามใจปากให้น้อยลง ทำอาหารทานเองให้มากขึ้น

การกิน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เงินในกระเป๋าเราลดฮวบฮาบอย่างคาดไม่ถึง หากคุณลองทำบัญชีรายรับรายจ่าย ระบุข้อมูลค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปกับการกินร้านอาหารนอกบ้าน ชาบู บุฟเฟ่ต์ ในแต่ละเดือน คุณจะเห็นว่ารายจ่ายเหล่านี้มีอัตราสูงอย่างไม่น่าเชื่อ หากมีเวลาเราจึงควรซื้อของมาตุนไว้ทำทานเองมากขึ้น อย่างน้อยแค่มื้อเย็นก็ยังดี นอกจากจะช่วยให้มีเงินออมมากขึ้นแล้ว การทำอาหารทานเองทำให้เราสามารถมั่นใจในอาหารของเราได้ว่าปลอดภัย ไร้สารปนเปื้อน

  1. ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มอื่นๆ

คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่าในเดือนๆ หนึ่ง ได้ดื่มน้ำอัดลม ชาไข่มุก น้ำปั่น หรือน้ำแฟนซีต่างๆ เดือนละกี่แก้ว และแก้วละกี่บาท หากคุณเป็นคนที่ดื่มน้ำเหล่านี้เป็นประจำ จะสังเกตได้ชัดเลยว่า รายจ่ายในส่วนนี้ในแต่ละเดือนจะมีสูงมาก หากเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่า นอกจากรายจ่ายที่เสียไปจะลดลงแบบสังเกตได้แล้ว สุขภาพยังดีขึ้นมาตามลำดับด้วย

  1. ใช้ Internet Banking ในการออมเงินอัตโนมัติ

ปัจจุบันนี้คุณสามารถตั้งค่าการออมใน Internet Banking ของธนาคารที่คุณใช้บริการอยู่ได้ เพียงระบุให้มีการตัดยอดเงินในแต่ละเดือนเข้าไปยังบัญชีเพื่อการออม นอกจากสะดวกสบายแล้ว ยังเป็นการหักดิบนิสัยไม่รู้จักออมของตัวเองให้รู้จักออมมากขึ้นด้วย

  1. หาอาชีพเสริม เพิ่มเงินออม

หากงานที่ทำอยู่ไม่เพียงพอกับรายจ่ายในแต่ละเดือน ก็ควรหันกลับมาทบทวนและเริ่มต้นคิดในการหารายได้เสริม รายได้ที่มากกว่า 1 ทางย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แถมยังช่วยลดความเสี่ยงหากวันหนึ่งถูกจ้างออกได้ด้วย คุณอาจจะเริ่มลงทุนในธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ใช้ความสามารถที่เรียนมาในการเป็น Freelance หรือร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนกับคนที่ไว้ใจได้ ซึ่งทั้งหมดเมื่อนำมารวมกับเงินเดือน จะทำให้รายได้ของคุณเพิ่มขึ้นมาเยอะเลยล่ะ

  1. ใช้โปรโมชั่นตามร้านค้า และคูปองส่วนลด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ในกรณีที่ต้องซื้อของอุปโภคและบริโภคเข้าบ้าน การเลือกใช้คูปอง หรือซื้อของตามโปรโมชั่น สามารถทำให้คุณลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นออกไปได้บ้าง โดยเฉพาะสินค้าประเภทลองตลาด ซื้อ1 แถม1 หรือชิ้นที่สอง 1 บาท ทั้งนี้ ในการลงทุนช็อปปิ้งตามโปรโมชั่นทุกครั้ง ควรคำนึงถึงความคุ้มค่า และความจำเป็นของสินค้าที่จะซื้อด้วย มิเช่นนั้นคุณจะตกเป็นทาสของการตลาด และได้เสียเงินเพิ่มไปอย่างไม่จำเป็นแน่ๆ

 

ความใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา สามารถมีเงินออมได้ หากรู้จักเก็บออม สร้างเพิ่ม และลดใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น เท่านี้ความฝันในการมีเงินก้อนก็ไม่ไกลอีกต่อไปแล้ว

 

Author: Raphi Nonthasiri

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

 

Yu Serviced Office

Website➤ http://yuservicedoffice.com/

▪Facebook:@yuservicedoffice /

▪Line: yuservicedint

▪Skype: yuserviced

▪Whatsapp: Yu Serviced Office / +66636471252

▪Address:3656/45 Green Tower 15F, Rama 4 Bangkok

▪Tel:+66-2-821-5880

▪Mobile:+66620151100

▪Email:[email protected]

 

อยากปล่อยเช่าบ้าน เริ่มต้นยังไงดี?

การปล่อยเช่าบ้าน เป็นอีกหนึ่งช่องทางยอดนิยมในการหา Passive Income หรือการปล่อยให้ทรัพย์สินหารายได้มาให้เรา นอกจากจะได้รายได้เสริมแล้ว ยังช่วยให้บ้านไม่ถูกปล่อยทิ้งร้างให้มีสภาพเก่าอีกด้วย นับได้ว่าได้ประโยชน์ทั้งขึ้นและล่องเลยทีเดียว วันนี้ MyHomeManage จึงอยากจะมาพูดถึง 3 ขั้นตอนปฏิบัติในการคิดปล่อยเช่าบ้าน มาดูกันดีกว่าว่า จะปล่อยเช่าแต่ละที ควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง

  1. ตั้งราคาค่าเช่าบ้าน

ค่าเช่าบ้านสามารถคำนวนออกมาได้จากหลายปัจจัย ทั้งตัวบ้าน ทำเล พื้นที่ใช้สอย ความเก่าใหม่ของบ้าน สถานที่ใกล้เคียง และราคาบ้านเช่าจากราคาตลาด

ทั้งนี้ หากท่านต้องการปล่อยเช่าเพื่อการผ่อนบ้าน ในกรณีที่บ้านยังผ่อนไม่หมด ก็ควรคำนวนราคาของต้นทุนราคาบ้านด้วย เช่นหากบ้านที่ซื้อมาราคา 2.9 ล้านบาท ผ่อนธนาคารต่อเดือนตก 17,000 บาทต่อเดือน และเมื่อดูจากราคาตลาดแล้ว บ้านที่ปล่อยเช่าใกล้เคียงกับบ้านเรา มีราคาต่ำกว่านิดหน่อย อาจจะสัก 15,000 บาท แต่บ้านของเรานั้นใหม่กว่า สะอาดกว่า ตกแต่งและมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ เราก็อาจจะคงราคาบ้านของเราไว้ที่ 17,000 บทต่อเดือน ได้ โดยก็เท่ากับว่าเราไม่ต้องควักเนื้อตัวเองจ่ายค่าผ่อนบ้านเลย

  1. การประกาศหาผู้เช่า

การปล่อยเช่าบ้านสมัยปัจจุบันนั้นต่างจากเมื่อก่อนมาก มาดูกันดีกว่าว่าเราสามารถปล่อยเช่าได้ทางช่องทางไหนได้บ้าง

2.1 โพสประกาศออนไลน์ – เนื่องจากทุกที่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึง การวางประกาศให้เช่าบนเว็บไซต์จึงแทบจะเรียกได้ว่า เป็นช่องทางอันดับหนึ่งที่คนนิยมใช้กัน เนื่องจากสะดวก, ไม่เสียค่าใช้จ่าย (ยกเว้นการลงโฆษณา), และมีหลายเว็บไซต์ยอดนิยมให้เลือกลงประกาศ รวมถึงในโซเชี่ยลมีเดียที่มีชื่อเสียงอย่าง Facebook เองก็มีกลุ่มมากมายสำหรับลงประกาศ ขาย-เช่า อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีสมาชิกตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักแสนก็มี เรียกได้ว่า สะดวก และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบสุดๆ

2.2 แปะป้ายประกาศหน้าบ้าน – วิธีคลาสสิคที่นิยมใช้กันก่อนยุคอินเตอร์เน็ต ด้วยการเขียนป้ายประกาศแผ่นโตๆ แขวนไว้ เวลาใครผ่านไปผ่านมาเห็นจะได้ติดต่อมา วิธีนี้เหมาะกับบ้านที่อยู่ติดกับถนนบริเวณที่มีการสัญจรไปมา ไม่แนะนำให้ทำตามหากเป็นบ้านที่ติดอยู่ในซอยลึกๆ เพราะคงแทบไม่มีใครเห็นประกาศของเราแน่ๆ

2.3 Agency (เอเจ้น) – หากคุณไม่มีเวลาที่จะโพสประกาศหาบ้านเอง การจ้างเอเจ้นบ้านก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะทุกๆ เอเจ้นล้วนมีช่องทางในการลงประกาศเช่าที่มีประสิทธิภาพ คุณจึงมั่นใจได้เลยว่าบ้านของคุณจะถูกปล่อยออกไปได้ในเร็ววันแน่ ทั้งนี้ ทุกอย่างย่อมมีค่าใช้จ่าย คุณเองก็ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้เอเจ้นในกรณีที่ผู้เช่าตกลงเซ็นสัญญาเช่า โดยเรทค่าคอมมิชชั่นพื้นฐานจะอยู่ที่ราวๆ สัญญาเช่า 1 ปี = ค่าคอมมิชชั่น 1 เดือนของราคาค่าเช่า

2.4 นิติบุคคลของหมู่บ้าน / คอนโดมิเนียม – ในแต่ละโครงการจะมีบอร์ดประกาศไว้สำหรับลงประกาศต่างๆ รวมถึงประกาศปล่อยเช่าห้อง / บ้าน อีกด้วย

  1. สัญญาเช่าบ้าน

ในปัจจุบัน ต้นแบบสัญญาเช่าบ้านมีหลายรูปแบบให้ดาวน์โหลดผ่านอินเตอร์เน็ต โดยที่เราไม่ต้องร่างสัญญาเอง เพียงแต่เราเลือกสัญญาที่ใกล้เคียง คลอบคลุม และเหมาะสมกับบ้านเรามากที่สุด นำมาแก้ไขข้อมูลนิดหน่อยให้ตรงกับบ้านของเรา เท่านี้เราก็ได้สัญญาเช่าสำหรับบ้านเรามาแล้ว

นอกจากเรื่องของค่าเช่า และระยะเวลาเช่าแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ควรต้องมีในสัญญาเช่าด้วยคือ เรื่องของความรับผิดชอบในส่วนต่างๆ ในกรณีที่มีเหตุเกิดขึ้น เช่น การชำรุดของตัวบ้าน เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เราจึงควรเขียนไว้ในสัญญาด้วยว่า หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และต้องรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันตัวไว้จะได้ไม่เกิดการทะเลาะหาความรับผิดชอบกันภายหลัง

 

และนี่ก็เป็นข้อที่ควรนึกถึง 3 ข้อหลักในการประกาศปล่อยเช่าบ้าน ทั้งนี้ การปล่อยเช่าแต่ละครั้งควรคิดเตรียมการให้คลอบคลุมถึงข้อจำกัดอื่นๆ ที่บ้านเรามี หากมิฉะนั้นแล้ว อาจมีความเสียเกิดขึ้นกับบ้านเราได้

 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

 

Yu Serviced Office

Website➤ http://yuservicedoffice.com/

▪Facebook:@yuservicedoffice /

▪Line: yuservicedint

▪Skype: yuserviced

▪Whatsapp: Yu Serviced Office / +66636471252

▪Address:3656/45 Green Tower 15F, Rama 4 Bangkok

▪Tel:+66-2-821-5880

▪Mobile:+66620151100

▪Email:[email protected]