รับจดทะเบียนบริษัทและธุรกิจต่างๆ

รับจดทะเบียนบริษัทและธุรกิจต่างๆ รวมถึงให้บริการที่อยู่สำหรับจดทะเบียน

ดำเนินการโดยบุคลากรด้านกฎหมายและบัญชีที่มีประสบการณ์ สะดวก รวดเร็ว ราคาสมเหตุสมผล พร้อมให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ

ติดต่อเรา:
Mobile: 0994408778
Line: @efq2415k
whataspp: yuservicedoffice
Email: raphijiajie@gmail.com

PM 2.5 ฝุ่นในเมือง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ หลายคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบคงเริ่มสังเกตเห็นถึงหมอกสีขาวที่กระจายเป็นม่านจางๆ ทำให้ในตัวเมืองบรรยากาศคล้ายมีหมอกปกคลุมเหมือนอากาศยามเช้าที่เชียงใหม่ ทว่า เจ้าม่านสีขาวเหล่านี้กลับไม่น่าพิศสมัยเหมือนหมอกทางตอนเหนือ แต่กลับเป็นฝุ่นควันมลภาวะที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ เมื่อมีการสูดดมเข้าไป เรามาทำความรู้จักและวิธีป้องกันตัวจากฝุ่นพวกนี้กันดีกว่า เพื่อที่เราจะได้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในตัวเมืองได้โดยไม่เป็นภัยต่อสุขภาพร่างกายของตัวเองและคนรอบข้าง

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร?

ฝุ่นละออง PM 2.5 คือฝุ่นละอองเล็กขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือขนาดประมาณ 1 ส่วน 25 ของเส้นผ่าศูนย์กลางเส้นผม 1 เส้น ซึ่งถือว่าเล็กมากๆ ถึงขนาดที่ขนจมูกของมนุษย์ก็ไม่สามารถดักจับฝุ่นพวกนี้ได้

โดยมาตรฐานของฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ อยู่ที่ 25 และ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภายในค่าเฉลี่ย 24 ชม. ซึ่ง ณ เวลานี้ ค่าฝุ่นในกรุงเทพมหานครได้พุ่งสูงไปถึง 172 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ โดยเพื่อนๆ สามารถเช็คข้อมูลของค่าฝุ่นในพื้นที่ของตนได้จากเว็บไซต์ https://aqicn.org/city/bangkok/

ฝุ่น PM 2.5 อันตรายอย่างไร?

เนื่องจากมีขนาดเล็กมาก การสูดดมฝุ่นละอองเหล่านี้เข้าไปจึงทำให้ฝุ่นสามารถแทรกซึมเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ และกระแสเลือด ทำให้ตกค้างในร่างกายเราและเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคมะเร็งปลอด, โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคหลอดเลือดในสมอง, โรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น

ฝุ่น PM 2.5 มาจากไหน?

สาเหตุของการเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 นั้นมาจากหลายต้นตอ โดยหลักๆ มาจากมลพิษจากอุตสาหกรรมโรงงานและอุตสาหกรรมไฟฟ้า ฝุ่นจากการก่อสร้าง ควันเสียจากยานพาหนะ และควันที่เกิดกิจกรรมจากมนุษย์ พืช และสัตว์ เช่นการเผาใบ้ไม้แห้ง การประกอบอาหาร เป็นต้น

ป้องกันตัวเองอย่างไรจากฝุ่น PM 2.5?

แม้การเก็บตัวอยู่ในบ้านจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการออกมาสัมผัสฝุ่นพิษข้างนอก แต่ด้วยภาระหน้าที่ หลายคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องออกมาข้างนอกเพื่อเดินทางไปทำงาน หรือเรียนหนังสือ การแก้ปัญหาที่ดีรองลงมาคือการใช้หน้ากากอนามัยเฉพาะทางที่เรียกว่า หน้ากาก N95 มาสวมใส่ปิดปากและจมูกไว้ ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้แบบ N95 โดยเฉพาะเนื่องจากหน้ากากกันฝุ่นละอองธรรมดาไม่มีประสิทธิภาพป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้

เรื่องฝุ่นแม้จะฟังดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ผลกระทบที่ตามมากลับไม่เล็ก และก่อให้เกิดอันตรายเป็นวงกว้าง ดังนั้น จนกว่าค่าฝุ่นละอองจะลดลงสู่ในระดับมาตรฐาน อย่าลืมหาหน้ากาก N95 มาสวมใส่ป้องกันตัวเองจากฝุ่นละออง PM 2.5 กันด้วยนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก Yu Serviced Office

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

เด็กเอ๋ยเด็กดี – ทักษะอะไรบ้าง ที่เด็กไทยควรมีก่อนก้าวเข้าสู่วัยทำงาน

ในยุคปัจจุบัน สังคมการทำงานมีการแข่งขันกันสูงขึ้นเนื่องจากเด็กจบใหม่ต่างก็แก่งแย่งกันสมัครงานที่ต้องการ ต่างคนต่างเขียนเรซูเม่ใส่ทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ที่มี เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับนายจ้าง ยิ่งมีทักษะพื้นฐาน และทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัครเยอะยิ่งดึงดูดนายจ้างให้เรียกตัวมาสัมภาษณ์ วันนี้ Yu Serviced Office จึงอยากมาไล่เรียงทักษะความสามารถที่น้องๆ นักเรียนนักศึกษาควรมีไว้ใส่เรซูเม่ เพื่อเป็นข้อได้เปรียบให้ใบสมัครงานของเราดูโดดเด่นกว่าใบสมัครของคนอื่นๆ:

Microsoft-Office

  1. Microsoft Office Proficiency

ทักษะการใช้โปรแกรมในตระกูล Microsoft Office เป็นสิ่งพื้นฐานที่เด็กๆ ทุกคนควรมี เพราะจำเป็นอย่างมากกกกกก เรียกได้ว่าต้องใช้กันแทบทุกบริษัท โดยโปรแกรมที่นิยมใช้กันมากก็หนีไม่พ้น

Microsoft Excel – ด้วยจุดเด่นเรื่องการคำนวนค่าต่างๆ อัตโนมัติ รวมถึงสูตรคณิตศาสตร์ที่หลากหลายให้เลือกใช้ จึงทำให้ Excel กลายเป็นเพื่อนคู่ใจงานสายบัญชีและการเงิน ถือเป็นโปรแกรมที่ละเอียดอ่อนและใช้งานค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับมือใหม่ จึงทำให้หลายบริษัทต้องการผู้ที่มีความสามารถใช้เจ้าโปรแกรมนี้เป็นอย่างมาก งานหลายตำแหน่งถึงขนาดระบุเอาไว้ใน Qualification ว่าต้องการพนักงานที่ใช้งาน Excel เป็น

Microsoft Words – โปรแกรมพื้นฐานขวัญใจนักเรียน นักศึกษา ที่แทบทุกคนต้องผ่านการใช้งาน ทำรายงานส่งอาจารย์กันมาอย่างโชกโชน ในงานบริษัท Words ถูกใช้งานแทบจะทุกแผนกขององค์กร เพราะใช้งานง่าย แต่มีความเป็นทางการสูง จึงถูกนำมาใช้ในงานพิมพ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำหนังสือยื่นเรื่อง พิมพ์รายงานการประชุม จดบันทึกงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากคุณรู้วิธีการใช้งาน เช่น การจัดวางหน้า จัดทำหัวกระดาษ แบ่งวรรคตอน ได้ถูกต้องแล้ว งานของคุณจะออกมาดูโดดเด่นกว่าคนอื่นเลยล่ะ

Microsoft PowerPoint – หากจะนึกถึงโปรแกรมที่ใช้สำหรับการสร้างสไลด์ Presentation สำหรับงานประชุม คงหนีไม่พ้นโปรแกรม PowerPoint เพราะมีลูกเล่นที่หลากหลายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการใส่ Animation หรือรูปแบบการจัดวางสไลด์ที่มีให้เลือกหลากหลาย เพียงศึกษาด้วยตัวเองคร่าวๆ คุณก็สามารถสร้างงานนำเสนอที่เป็นทางการสำหรับการประชุมบริษัทได้

Microsoft Outlook – โปรแกรมสำหรับรับ-ส่งอีเมลที่ถือว่าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโปรแกรมอื่นๆ ในตระกูลเดียวกัน หน้าตาเรียบง่าย ใช้งานสะดวก (ถึงแม้ในอัพเดตใหม่หน้าตาจะดูแปลกๆ ไปบ้างก็เถอะ อิอิ) ทำให้หลายบริษัทเลือกที่จะใช้ Outlook ในการรับส่งอีเมลติดต่องาน

Adobe-photoshop-illustrator

  1. Adobe Photoshop & Adobe Illustrator Proficiency

ในงานบริษัทที่บางครั้งต้องมีการทำการโฆษณาสินค้าหรือบริการเพื่อใช้ในการตลาด คงหนีไม่พ้นการต้องตกแต่งภาพ หรือทำโปสเตอร์เพื่อการโฆษณา ไอ้ครั้นจะใช้โปรแกรม Paint ที่มีมาในคอมพิวเตอร์ก็จะดูออกมาอนาถไปอีก โดยทั่วไปแล้วหากในบริษัทไม่มีบุคลากรที่ใช้โปรแกรมด้านนี้เป็น ก็มักจะจ้าง Freelance หรือ Outsource มาทำให้เป็นครั้งๆ ไป แต่มันจะดีแค่ไหนหากผู้ประกอบการดูเรซูเม่คุณแล้วเห็นว่าคุณใช้โปรแกรม Photoshop หรือ Illustrator เป็น แน่นอนว่าต้องสร้างความดึงดูดให้ว่าที่นายจ้างของคุณได้เป็นอย่างมากแน่นอน อีกทั้งคุณยังสามารถเรียกเงินเดือนที่สูงขึ้นได้อีกด้วย

Driving

  1. ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะ

ในตำแน่งที่ต้องเดินทาง เช่นฝ่ายขาย หรือการตลาด จำเป็นต้องมีพาหนะในการเดินทาง ทางบริษัทจะระบุไว้ใน Qualification ว่าต้องการผู้ที่สามารถขับยานพาหนะ หรือมีรถส่วนตัว ซึ่งในบางทีก็จะมีรถของบริษัทเองมาให้ใช้ แต่หากเรามีรถเป็นของตัวเองก็จะได้เปรียบผู้สมัครท่านอื่นมากกว่า รวมถึงสามารถเบิกค่าน้ำมันในการเดินทางแต่ละครั้งกับทางบริษัทได้ด้วย

  1. มีความรู้และสามารถใช้งาน Social Media ได้อย่างคล่องแคล่ว

ในงานด้านการตลาดและโฆษณา ความรู้และความเข้าใจในสื่อสังคมออนไลน์หรือ Social Media มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ เทรนด์ และกระแส ต่างมาไวไปไวในแต่ละวัน บุคลากรบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านสื่อสังคมออนไลน์จึงเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก เด็กๆ ที่คิดจะทำงานด้านนี้หลังเรียนจบ ควรเริ่มศึกษาและใช้งาน Social Media ต่างๆ ตั้งแต่ตอนนี้ ลองให้รู้ว่าแต่ละแบบใช้อย่างไร มีข้อดี ข้อด้อยจุดไหนบ้าง เพื่อที่จะได้พัฒนาเป็นทักษะใช้ในการสมัครงานต่อไป

  1. ความสามารถด้านการติดต่อสื่อสาร “ด้วยภาษาอังกฤษ”

ในปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารในทำงานไม่ได้ถูกจำกัดเฉพาะแค่เฉพาะภาษาที่ 1 หรือภาษาบ้านเกิดเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถติดต่อสื่อสารโดยใช้ภาษาสากลอย่างภาษาอังกฤษได้ด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หันไปทางไหนก็เจอแต่ภาษาอังกฤษเต็มไปหมด อย่างน้อย หากคุณสามารถเขียนอีเมลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อคุยงานกับลูกค้าได้ หรือใช้ภาษาพูดพื้นฐานสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างเข้าใจ จะทำให้คุณดูโดดเด่นมากขึ้นเวลาถูกสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษเชียวล่ะ และอีกอย่างคือ อย่าลืมไปสอบวัดระดับภาษาเช่น TOEIC, TOEFL หรือ IELT เพื่อรับผลการรับรองด้านภาษาด้วยล่ะ โดยส่วนใหญ่ในการทำงานที่ไทยมักใช้ TOEIC กัน แต่หากเป็นงานต่างประเทศ จะใช้ TOEFL ส่วนหากเป็นด้านเรียนต่อจะใช้ IELT

  1. ความสามารถด้านการติดต่อสื่อสาร “ด้วยภาษาที่สาม”

นอกจากภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่เราเรียนกันมาในชั้นเรียนสามัญแล้ว หากอยากเป็นที่โดดเด่นและจับตามองของบริษัทต่างๆ น้องๆ ควรศึกษาภาษาที่สามเอาไว้เพื่อยกระดับความสามารถและยกระดับฐานเงินเดือนของตัวเอง โดยภาษาที่สามที่เป็นที่นิยมในธุรกิจนั้นได้แก่ ภาษาจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน และ สเปน ซึ่งจะสังเกตได้จากเซ็บไซต์หางานเลยว่า ตำแหน่งที่ใช้ภาษาที่สามด้วย เงินเดือนจะพุ่งขึ้นสูงมากตั้งแต่ 3หมื่นบาทขึ้นไปโดยประมาณ

  1. ประสบการณ์ด้านการฝึกงาน และการทำงานพาร์ทไทม์

นอกจากทักษะความสามารถแล้ว ประสบการณ์เองก็สำคัญต่อการพิจารณาเข้ารับทำงาน หากเราเป็นเด็กจบใหม่ สิ่งที่นายจ้างจะนำมาพิจารณาคือประสบการณ์การฝึกงานและการทำงานก่อนเรียนจบ ไม่ว่าจะเป็นงานพาร์ทไทม์ ธุรกิจทางบ้าน หรือรายได้เสริมอื่นๆ เหตุผลที่บริษัทต่างๆ นำเรื่องนี้มาเป็นปัจจัยในการพิจารณาก็เพราะว่า การมีประสบการณ์ทำงาน เป็นตัวบ่งบอกว่าคุณเคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับผู้อื่น และบ่งบอกถึงความมี Teamwork ในการทำงาน

นอกเหนือจากการแสวงหาเพิ่มทักษะให้ตัวเองแล้ว การหมั่นฝึกฝน ใช้ทักษะนั้นบ่อยๆ เรียนรู้พัฒนาให้ทักษะนั้นดียิ่งขึ้นไป ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน หากไม่ฝึกฝนทักษะอยู่บ่อยๆ สิ่งที่เคยเรียนรู้มาก็จะจางหายไปตามกาลเวลา และความรู้ความสามารถเราก็จะฝืดทื่อไปในที่สุด ฉะนั้นแล้ว อย่าลืมพัฒนาทักษะความสามารถของตัวเองอยู่เสมอนะครับ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ / Consulting Services

บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ / Consulting Services
สะดวก รวดเร็ว มีประสบการณ์ ดำเนินงานด้วยบุคลากรเชี่ยวชาญงานด้านการจัดการธุรกิจโดยเฉพาะ
.
– รับจดทะเบียนบริษัท / Business & Company Registration
– รับจัดการบัญชีบริษัท / บัญชีเงินเดือน / Accounting & Payroll
– รับจด VAT / VAT Registration
– บริการจัดหาพนักงาน / Recruitment
– บริการทำใบอนุญาตทำงาน / Visa ทำงาน / Working Permit & Visa Application
– บริการจัดทำรายงาน 90 วัน / 90 Days Report
– บริการทำ Thai Elite Application / Thai Elite Application
.
ติดต่อเรา:
0994408778
Line: @efq2415k
Wechat: yuservicedoffice
Email: raphijiajie@gmail.com
 

ปีใหม่เริ่มใหม่ เปลี่ยนแปลงนิสัยการทำงานตัวเองต้อนรับปีหมู 2019

สวัสดีปีใหม่ 2019 ย่างเข้าสู่วันที่ 2 ของเดือนมกราคม หลายคนคงเริ่มกลับมานั่งทำงานในออฟฟิศกันแล้ว แม้จิตใจยังคงยึดติดกับวันหยุดยาวที่ผ่านไปแล้วแต่ก็ต้องลากสังขารมาเข้าออฟฟิศปฏิบัติหน้าที่มนุษย์เงินเดือนที่ดีกันต่อไป หลายคนตั้งปณิธานในปี 2019 ไว้หลายอย่าง ทั้งการออกกำลังกายลดน้ำหนัก ปรับปรุงนิสัยให้ดีขึ้น เก็บเงินเพื่อเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง และอีกมากมาย รวมถึงความตั้งอกตั้งใจในการทำอะไรสักอย่างในชีวิตการทำงานด้วย ไหนลองมาดูซิ ว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยการทำงานของตัวเรายังไงได้บ้าง เพื่อให้เป็นบุคคลากรที่ดีขึ้นของบริษัท และเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารักของคนในองค์กร

  1. ตรงต่อเวลามากขึ้น

ลองมองย้อนไปในปี 2018 ที่ผ่านมา เรามาทำงานสายไปทั้งหมดกี่ครั้ง ไม่ว่าจะด้วยเพราะตื่นสาย การจราจรติดขัด รถโดยสารมาไม่ตรงเวลา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ การมาทำงานไม่ตรงเวลา นอกจากประวัติการจะโดนตำหนิจากสายงาน หรือโดนหักเงินเดือนแล้ว การไม่ตรงต่อเวลายังเป็นสัญญาณของการขาดวินัยและความสามารถในการบริหารจัดการตัวเอง ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่องานที่ทำและความน่าเชื่อถือจากผู้บังคับบัญชาในระยะยาวได้ ดังนั้น เมื่อขึ้นปีใหม่ 2019 ควรจะเริ่มต้นเปลี่ยนตัวเองในเรื่องง่ายๆ อย่างการเป็นคนตรงต่อเวลา ดูว่าต้นตอของการมาสายคืออะไร หากตื่นสายก็ควรปรับเวลาตื่นไวขึ้น หรือหากกลัวนอนไม่พอก็เปลี่ยนตัวเองให้เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เช่นเดียวกับการจราจรที่ติดขัด หากเดินทางมาเร็วกว่าเวลาเร่งด่วน การจราจรก็จะไม่วุ่นวายมากนัก หรือถ้ารถโดยสารมาช้า ควรศึกษาเส้นทางการเดินทางอื่น หรือตรวจสอบตารางเวลาการเดินรถ เพื่อที่จะคำนวนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  1. ใจเย็นมากขึ้น

ในการทำงานย่อมมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือแม้แต่กับลูกค้าเอง แม้การเกิดปัญหาในงานที่ทำจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรับมือกับปัญหานั้นสามารถควบคุมได้ด้วยตัวของเราเอง คงไม่ดีแน่หากจะระเบิดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป ทั้งเสียความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน หรืออาจจะทำให้เสียลูกค้าไปเลย เริ่มต้นปีใหม่ วุฒิภาวะเพิ่มขึ้นไปอีกปี ลองเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใจเย็น ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ และรู้จักที่จะ”ยอม”บ้าง เพื่อรักษาอะไรหลายๆ อย่างเอาไว้ เพื่อให้การทำงานและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นไปอย่างราบรื่น

  1. กินข้าวให้ตรงเวลา

เคยสังเกตตัวเองไหมว่าในปี 2018 เรายุ่งกับงานจนลืมกินข้าวให้ตรงเวลาบ่อยมากแค่ไหน กระเพาะเป็นอวัยวะที่ละเอียดอ่อนและต้องการความเอาใจใส่มากกว่าที่คุณคิด หลายคนคงรู้จักโรคกระเพาะที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ทำให้เมื่อถึงเวลาทานข้าว กระเพาะจะหลั่งน้ำย่อยออกมา และหากไม่มีอาหารให้ย่อย น้ำย่อยเหล่านั้นก็ยังคงทำหน้าที่ของมันคือการย่อยผนังกระเพาะ ทำให้เกิดโรคกระเพาะขึ้น ดังนั้น เราจึงไม่ควรปล่อยปะละเลยให้กระเพาะของเราว่าง อย่างน้อยหากเวลาว่างไม่ตรงกับเวลาทานข้าวปกติ ควรมีขนมหรืออาหารรองท้องไม่ให้กระเพาะว่างเกินไป

  1. จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน

ในแต่ละวันของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ต่างก็หัวหมุนวุ่นวายไปกับภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากน้อยต่างกันไป ในปี 2018 ที่ผ่านมา หลายคนคงประสบปัญหาปั่นงานชนเดดไลน์หรือส่งงานเฉียดเส้นตายกันมาไม่มากก็น้อย เริ่มต้นปีใหม่ 2019 เราควรปรับวิธีการทำงานเราเพื่อไม่ให้งานที่ทำต้องชนเดดไลน์โดยการเรียงลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนของแต่ละงาน อาจจะทำเป็น post it แปะไว้ในมุมที่เด่นๆ เพื่อให้เราไม่หลงลืมว่ามีงานนี้ที่ต้องทำอยู่ เมื่อจัดลำดับก่อน-หลัง ได้แล้ว เราก็จะสามารถวางตารางเวลาไล่เคลียร์งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

  1. มีมนุษย์สัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานให้ดีกว่าเดิม

นอกจากงานที่ต้องทำแล้ว บางครั้งการสานสัมพันธ์กับเพื่อนในที่ทำงานเดียวกันยังสามารถช่วยให้บรรยากาศการทำงานน่าอยู่มากขึ้น เกิดความสามัคคีในที่ทำงาน และทำให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะคงไม่ดีแน่หากเราต้องนั่งทำงานกับคนที่หน้าบึ้งตึง ไม่มีความเป็นมิตรให้กัน ดังนั้น หากในปี 2018 เราโกรธเคือง หรือบึ้งตึงใส่ใครอยู่ ขึ้นปีใหม่นี่ก็ขอให้ลองเปิดใจ คิดเสียว่าแต่ละคนก็มีข้อเสียต่างกันไป ลองเปิดใจมองเขาในอีกมุม มุมที่ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน แต่ในฐานะของคนธรรมดาคนหนึ่งที่มาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเหมือนตัวเรา ก็อาจจะทำให้เราเข้าใจหัวอกของกันและกันได้

  1. มีเวลาให้ตัวเองและคนรอบข้าง

ความขยันขันแข็ง ตั้งใจทำงานในหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่เป็นเรื่องที่ดี แต่ท้ายที่สุดแล้ว อย่าลืมว่าชีวิตไม่ได้มีแต่การทำงานเท่านั้น เรายังมีครอบครัว เพื่อนฝูง และคนที่เรารักรอเราอยู่ด้านหลัง ลองมองย้อนกลับไปในปี 2018 นอกจากการเป็นพนักงานบริษัทที่ดีแล้ว เราได้ทำหน้าที่สมาชิกในครอบครัวที่ดี เป็นคนรักที่มีเวลาให้อีกฝ่าย หรือเป็นเพื่อนที่มีเวลามาพบปะสังสรรค์ บ้างหรือไม่ หากคำตอบคือไม่ ในปี 2019 นี้ ลองเปลี่ยนแนวทางการใช้ชีวิตใหม่ แบ่งเวลาเพื่อคนรอบข้างมากขึ้น รวมถึงมีเวลาให้ตัวเองได้หยุดพักผ่อน ทำในสิ่งที่ชอบนอกเหนือจากการทำงานมั่ง เพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่พังเพราะการโหมงานหนักไปเสียก่อน

 

เทศกาลขึ้นปีใหม่ เป็นโอกาสดีที่หลายๆ คน จะได้เริ่มทำสิ่งใหม่ๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมใหม่ๆ หรือเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น และนอกจากการตั้งปณิธานแล้ว การลงมือทำในสิ่งที่ตั้งใจให้ประสบความสำเร็จก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่เช่นนั้นแล้ว การตั้งเป้าหมายในปี 2019 ก็จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

Merry Christmas! วันแห่งความสุขแบบนี้ สร้างสีสันให้ออฟฟิศในวันคริสต์มาสยังไงดี

เข้าสู่ช่วงปลายเดือนธันวาคม ออฟฟิศหลายๆ ที่ก็เริ่มเปลี่ยนโฉมบรรยากาศการทำงานให้เข้ากับเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังใกล้เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นวันคริสต์มาส หรือเทศกาลปีใหม่ วันนี้ Yu Serviced Office จึงอยากมาเสนอไอเดียการตกแต่งออฟฟิศ เนรมิตให้บรรยากาศการทำงานเข้ากับเทศกาลคริสต์มาสแห่งความสุขนี้ ไปดูกันเลย

  1. พู่สายรุ่งประดับ

ไอเทมคลาสสิคที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ พู่ฟอยล์สีสันสดใสสะท้อนแสง เมื่อเอามาติดพาดตามมุมต่างๆ ของห้องแล้วจะทำให้บรรยากาศภายในห้องดูสดใสเข้ากับเทศกาลเป็นอย่างมาก

Christmas-Office-3

  1. สเปรย์หิมะ

สำหรับออฟฟิศที่กั้นด้วยกระจกใส สเปรย์หิมะเองก็เป็นอุปกรณ์ตกแต่งที่แปลกใหม่ และดึงดูดสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี เมื่อนำมาพ่นเป็นรูปสโนว์แมน ซานตาคลอส เกล็ดหิมะ จะทำให้รู้สึกว่าได้บรรยากาศหนาวๆ ของหิมะขึ้นมาจริงๆ อีกทั้งยังทำความสะอาดง่ายด้วย

  1. ต้นสนประดับ

ต้นสนขนาดเล็ก พันรอบด้วยไฟประดับและของตกแต่ง อาทิ ลูกบอลสี กล่องของขวัญ ดาวประดับ นำมาตกแต่งมุมไหนของออฟฟิศก็เพิ่มความสดใสขึ้นได้อย่างมาก และหากนำมาประดับไว้ตรงทางเข้าสำนักงานก็จะดึงดูดสายตาของลูกค้าได้อย่างมาก

  1. กล่องของขวัญ

มีต้นสนแล้วก็ต้องมีกล่องของขวัญประดับที่ฐาน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเทศกาลคริสต์มาส ทำให้สถานที่ดูมีความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์ อาจจะเป็นกล่องของขวัญเปล่าห่อกระดาษของขวัญ หรือเป็นของขวัญจากพนักงานที่จะเอามาเล่นจับฉลากกันก็ได้ เมื่อประดับเสร็จจะได้นำมาจัดงานต่อรวดเดียวเลย

  1. หมวกซานตาคลอส

นอกจากตกแต่งออฟฟิศแล้ว การให้พนักงานแต่งตัวให้เข้ากับธีมคริสต์มาสเองก็สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย ในบริษัทด้านงานบริการ เช่นโรงแรม ร้านอาหาร พนักงานด้านต้อนรับลูกค้ามักจะแต่งตัวด้วยชุดซานต้า และแซนตี้ เต็มสูตรออกมาคอยบริการลูกค้า แต่ในออฟฟิศทำงาน แค่สวมหมวกซานต้าก็ทำให้เข้ากับบรรยากาศแล้ว

  1. ลูกโป่ง

หาซื้อง่าย ราคาถูก เก็บทิ้งทำความสะอาดง่าย และเหมาะกับทุกเทศกาล หรือใช้เป็นตัวช่วยในการทำกิจกรรมปาร์ตี้ต่างๆ เช่นเกมเหยียบลูกโป่ง สอยดาว ปาเป้า เป็นต้น

  1. Mistletoe (มิสเซิลโท)

อาจจะไม่คุ้นตาไปสักนิด แต่เจ้ามิสเซิลโทเป็นของประดับที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศ เพราะทั้งสวย และแฝงไปด้วยความหมายที่โรแมนติก โดยมิสเซิลโทเป็นไม้เลื้อยที่ถูกนำมาตกแต่งให้เป็นพวงพุ่ม ประดับด้วยโบว์สีแดง เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความโรแมนติก และเป็นธรรมเนียมที่ว่า หากอยากจุมพิตกับคนที่เรารัก ให้ชวนเขาไปยืนที่ใต้พุ่มมิสเซิลโทด้วยกัน แต่หากนำมาประดับในออฟฟิศ ก็คิดเสียว่าเอามาประดับเพื่อความสวยงามเฉยๆ ก็พอเนอะ

แม้ประเทศไทยจะไม่มีวันหยุดคริสมาสต์อย่างในประเทศตะวันตก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการตกแต่งออฟฟิศโดยการนำเอาวัฒนธรรมงานรื่นเริงอย่างคริสต์มาสนี้มาช่วย ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานดูสดใส และตัวพนักงานเองก็มีความรื่นเริงเบิกบานตามเทศกาล

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

จะเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ใจของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ รวมถึงในประเทศไทยที่มีการเลี้ยงน้องหมา/แมว ไว้เฝ้าบ้านเพื่อป้องกันผู้บุกรุก แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน ถิ่นที่อยู่ของคนก็เปลี่ยนไปด้วย เนื่องด้วยราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงขึ้น จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะพักอาศัยอยู่ตาม คอนโดมิเนียม แมนชั่น แฟลต หรือห้องพักต่างๆ เนื่องจากราคาที่สามารถจับต้องได้ และความสะดวกสบายในการเดินทาง ทว่า หลายคนก็ยังต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในคอนโดไว้เป็นเพื่อนคู่ใจยามเหงา แต่ในเมื่อคอนโดเป็นสถานที่ที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น จึงอาจจะสร้างความรำคาญ หรือรบกวนผู้อื่นได้ เรามาดูกันว่า ก่อนที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในคอนโด ควรมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะให้เรา สัตว์เลี้ยง และเพื่อนบ้านของเรา สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

  1. เลือก ซื้อ/เช่า คอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์

ไม่ใช่ทุกคอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ ฉะนั้นก่อนคุณจะทำสัญญาซื้อขาย คุณควรสอบถามทางคอนโดให้แน่ใจเสียก่อนว่าสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่ เพราะคงไม่ดีแน่หากต้องแอบเลี้ยงไม่ให้ทางคอนโดจับได้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหากับคอนโด และเป็นปัญหาต่อตัวสัตว์ลี้ยงเองที่ถูกเจ้าของนำมาทิ้ง

  1. สเปรย์ดับกลิ่น

เป็นอุปกรณ์ที่ผู้เลี้ยงสัตว์ในคอนโดควรมีติดไว้ทุกคน สำหรับฉีดพ่นตามบริเวณที่สัตว์เลี้ยงถ่ายหนัก/เบา ช่วยลดกลิ่นฉุนภายในบ้าน ไม่ให้รบกวนห้องอื่น

  1. หมั่นเก็บของเสียของสัตว์เลี้ยงทุกวัน

ไม่ว่าจะเป็นของเสียจากน้องหมาบนกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือในกระบะทรายของน้องแมว ก็ต้องเก็บทิ้งทุกวัน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์จะคละคลุ้งทั่วห้องและเป็นบ่อเกิดชั้นดีของเชื้อโรค

  1. ไม่ควรเลี้ยงน้องหมาขนาดใหญ่

สุนัขสายพันธุ์ใหญ่นั้นเป็นสายพันธุ์ที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ควรจะมีที่ให้เขาวิ่งเล่น และมีเวลาพาเขาไปออกกำลัง เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขเกิดความเครียดและทำลายข้าวของในบ้านแทนการออกกำลัง

  1. หากเลี้ยงแมวก็ควรติดตะแกรงไว้ที่ระเบียง

เนื่องด้วยแมวมีนิสัยอยากรู้อยาเห็น ซุกซน ชอบปีนป่าย ปัญหาเรื่องแมวพลัดตกจากอาคารเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยๆ ทางแก้ที่ดีคือทำตะแกรงติดไว้ที่หน้าต่าง ระเบียง ป้องกันไม่ให้แมวเล่นซนจนตกลงไป

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

5 สิ่งที่ไม่ควรละเลยในการปล่อยเช่าบ้าน

การปล่อยเช่าบ้านเป็นอีก 1 วิธีในการหารายได้แบบ Passive Income หรือการปล่อยให้ทรัพย์สินที่เรามีทำงานหาเงินมาให้เรา ผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 1 ที่ หลายรายจึงเลือกที่จะปล่อยเช่าบ้านของตน แทนการปล่อยบ้านทิ้งเปล่าอย่างไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
ฟังเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ความจริงแล้วการปล่อยเช่าบ้านนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด ผู้ให้เช่าหลายคนต่างขาดทุนกันมามากแล้ว ความคิดที่ว่าการปล่อยเช่ากับเป็นเสือนอนกินจึงเป็นความคิดที่ผิด ในบทความนี้ Yu Serviced Office จึงอยากเสนอ 5 สิ่งที่ไม่ควรละเลยในการปล่อยเช่าบ้าน เพื่อป้องกันความผิดพลาด และความสูญเสียที่จะตามมา ดังนี้

  1. ละเลยด้านเงินทุน

หากคุณกำลังคิดจะผ่อนบ้านสักหลังด้วยการปล่อยเช่า เอาค่าเช่าไปผ่อนชำระกับธนาคาร วิธีการนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากหากคุณไม่มีเงินสำรองติดตัวไว้ การปล่อยเช่าบ้านไม่ได้ง่ายแบบที่ปล่อยปุ๊บ ได้ผู้เช่าปั๊บ ในปัจจุบันมีผู้ปล่อยเช่าบ้านของตนอยู่หลากหลาย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีคนมาติดต่อเช่าในเร็ววัน คุณควรมีเงินสำหรับผ่อนให้ธนาคารไปก่อนจนกว่าจะได้เงินจากผู้เช่า มิฉะนั้นแล้วจะเกิดปัญหาเรื่องไม่มีเงินผ่อนชำระกับธนาคารได้

อีกกรณีหนึ่งคือเงินทุนสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายของตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลาง ค่าประกันบ้าน ค่าซ่อมแซมในกรณีที่บ้านเกิดความเสียหาย และค่าบำรุงรักษาบ้าน ซึ่งผู้ปล่อยเช่าควรมีเงินก้อนสำรองเก็บเอาไว้ในส่วนนี้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน

  1. ละเลยด้านผู้เช่า

ผู้ปล่อยเช่าหลายรายปล่อยปะละเลยกับผู้มาเช่า เพียงเห็นว่าเขาสนใจก็ยินดีอ้าแขนรับเขาเข้ามาเป็นผู้เช่าเพราะต้องการกินเงินค่าเช่า ซึ่งการละเลยนี้อาจนำมาซึ่งปัญหาในอนาคตมากมาย ผู้เช่าจึงควรนำชื่อของผู้ที่สนใจเช่าบ้านมาตรวจสอบเพื่อเช็คดูว่ามีประวัติอาชญากรรมหรือไม่ เคยก่อคดีฉ้อโกงไว้หรือเปล่า เพื่อป้องกันการใช้บ้านเช่าเป็นสถานที่ทำเรื่องผิดกฎหมาย หรือก่อคดีฉ้อโกงทรัพย์ในอนาคต

  1. ละเลยเรื่องสัญญาเช่า

ในการเช่าทุกครั้งควรทำสัญญาเอาไว้เป็นรายลักษณ์อักษรไม่ว่าคุณจะสนิทกับผู้มาเช่าแค่ไหนก็ตาม การทำสัญญาเช่าปากเปล่านำพามาซึ่งปัญหามากมาย ทั้งการฉ้อโกง ความรับผิดชอบในกรณีที่มีทรัพย์สินพัง และอื่นๆ ในการปล่อยเช่าจึงควรมีการเขียนสัญญาขึ้นมา หรือใจปัจจุบันมีวิธีที่สะดวกสบายมากขึ้น นั่นคือการเลือกดาวน์โหลดสัญญาเช่าบ้านจากอินเตอร์เน็ต เลือกสัญญาที่ใกล้เคียงกับความต้องการตนเองมากที่สุด เปลี่ยนข้อมูลให้สอดคล้องกับบ้านเรา และนำมาใช้ วึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันปัญหาการฉ้อโกงและการปัดความรับผิดชอบที่จะตามมาแล้ว ยังช่วยให้ทั้งผู้เช่าและผู้ปล่อยเช่า ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในกรณีมีปัญหากันอีกด้วย

  1. ละเลยการตรวจสอบบ้านเป็นประจำ

อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่าการปล่อยเช่าบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจเสือนอนกินที่จะปล่อยบ้านไปและรอกินเงินเช่ารายเดือน ผู้ปล่อยเช่าควรหมั่นมาตรวจสอบบ้านที่ปล่อยเช่าอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งควรจะระบุถึงกำหนดการณ์การเยี่ยมชมบ้านไว้ในสัญญาด้วย จะได้ไม่เป็นปัญหาในภายหลัง ซึ่งควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วนทั้งสภาพบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามซอกและมุมต่างๆ

  1. ละเลยเรื่องการทำบัญชี

ในการปล่อยเช่าควรทำบัญชีรายรับรายจ่ายไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่ได้รับ ค่าใช้จ่ายยิบย่อยอย่างค่าซ่อมบำรุง ค่าน้ำไฟ ค่าส่วนกลาง รวมถึงภาษีโรงเรือนและภาษีที่ดิน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

Yu Serviced Office พากิน – 11 ร้านอาหารที่ต้องลองใน Suanplern Market

ในการตัดสินใจเลือกตั้งสำนักงานในที่ใดที่หนึ่ง ย่อมมีองค์ประกอบหลายอย่างที่นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นตัวสำนักงานที่ต้องมีคุณภาพ, ค่าเช่าที่สมเหตุสมผล, การเดินทาง รวมถึงสถานที่โดยรอบสำนักงานเองก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ หากตัวสำนักงานตั้งอยู่ในสถานที่ห่างไกลจากแหล่งชุมชน เข้าถึงยาก หาของกินลำบาก ผู้ประกอบการก็จะไม่เลือกลงทุนเช่าสำนักงานอยู่ในสถานที่นั้น

วันนี้ Yu Serviced Office จึงอยากมาแนะนำสถานที่รับประทานอาหารใกล้เคียงสำนักงานของเรา เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยประกอบการตัดสินใจหากคุณกำลังมองหาสำนักงานให้เช่าที่อยู่ในย่านธุรกิจ และรายล้อมไปด้วยร้านอาหารมากมาย

ในวันนี้ เราขอเสนอ: สวนเพลินมาร์เก็ต (Suanplern Market)

สวนเพลินมาร์เก็ต เป็นศูนย์การค้าย่านพระราม4 ตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ให้ความรู้สึกสุขุม มีระดับ ก่อสร้างบนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารมาลีนนท์ และติดกับอาคาร Green Tower ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Yu Serviced Office

ภายในบริเวณศูนย์การค้า เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร และร้านขายสินค้าแฟชั่น ซึ่งร้านอาหารหลักๆ ที่ตั้งอยู่ในสวนเพลินมาร์เก็ต มีดังนี้

  1. ไก่ย่างนิตยา

ร้านอาหารแบรนด์ไทยรสชาติถูกปาก ที่มีจุดขายในด้านการนำวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาประกอบอาหาร เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านคงหนีไม่พ้นไก่ย่างสูตรนิตยาที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องสั่ง รวมถึงส้มตำ ต้มแซ่บ แกงเห็ดเพาะ และอาหารไทยอื่นๆ ที่รสชาติถูกปากไม่แพ้กัน

  1. เจ๊ทู่คลองเตย

หนึ่งในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในย่านนี้ ซึ่งแตกสาขามาอยู่ที่สวนเพลินมาร์เก็ต เจ๊ทู่ขายอาหารหลายชนิดตั้งแต่ข้าวแกง ของหวาน ซึ่งในศูนย์อาหารนี้ก็เป็นร้านเย็นตาโฟเจ๊ทู่ที่ขายทั้งก๋วยเตี๋ยวน้ำใส เย็นตาโฟ และก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ด้วยราคาที่พอประมาณและรสชาติที่อร่อย ทำให้พนักงานออฟฟิศหลายคนแวะเวียนกันมาเป็นลูกค้าเจ๊ทู่คลองเตยอยู่เสมอ

  1. ก๋วยเตี๋ยวเตาถ่านออนเซ็น

ร้านอาหารน้องใหม่ประจำสวนเพลินมาร์เก็ต ซึ่งคุณจะไม่มีที่นั่งกินแน่ๆ หากลงมารับประทานอาหารตอนเที่ยงตรง เพราะคนจะเต็มแน่นร้านตั้งแต่ 11 โมงกว่าๆ แล้ว เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้คือก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ไข่ออนเซ็น หมู 3 ชั้นชุบแป้งทอด รวมถึงเล้งรสแซ่บ

  1. คั่วพริกเกลือ อาหารตามสั่ง

แค่ชื่อก็แซ่บแล้ว ร้านอาหารตามสั่งรสจัดจ้านที่มีเมนูซิกเนเจอร์คือ หมู / ทะเล คั่วพริกเกลือ เป็นการนำเนื้อสัตว์ไปชุบแป้งทอดกรอบ จากนั้นจึงนำมาผัดกับพริกสด เกลือ ต้นหอม กระเทียม ให้ได้รสชาติที่จัดจ้านและกลิ่นที่หอมเย้ายวน เรียกได้ว่าแค่ก้าวเท้าเข้าไปกลิ่นก็ลอยเข้ามาเตะจมูกแล้ว หากใครคิดจะสั่งต้องไปแต่เนิ่นๆ เพราะคิวที่รอยาวมากโดยเฉพาะตอนเที่ยงวัน

  1. ZEN Japanese Restaurant

ร้านซูชิเจ้าดังจากญี่ปุ่นที่มีความเด่นเรื่องความสดของวัตถุดิบที่มีสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย และหนึ่งในสาขานั้นก็อยู่ที่สวนเพลินมาร์เก็ต ทั้งซูชิ ซาชิมิ หม้อไฟญี่ปุ่น ข้าวหน้าปลาไหล พร้อมให้คุณเลือกทาน

  1. Starbucks

ร้านกาแฟเจ้าดังจากวอชิงตัน, สหรัฐอเมริกา ที่มีสาขากว่าสองหมื่นแปดพันแห่ง Starbucks ที่สวนเพลินมาร์เก็ตมีด้วยกัน 2 ชั้น ไม่ว่าคุณจะชอบบรรยากาศครื้นเครงข้างล่าง หรือบรรยากาศที่เงียบสงบข้างบน ก็เลือกได้

  1. Santa Fe’ Steak

เอาใจคนชอบทานเนื้อกับ Santa Fe’ Steak ร้านสเต๊กแบรนด์ดังในไทยที่มาตั้งสาขาที่พระราม4 เมนูในร้านเสิร์ฟทั้งเมนูจาก ปลา ไก่ หมู เนื้อ พร้อมสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า มันฝรั่งทอด ไส้กรอกเยอรมัน และเครื่องเคียงอื่นๆ ที่เรียกได้ว่าหากคุณเป็นสายรับประทานเนื้อย่าง Santa Fe’ Steak เองก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด

  1. 8. The Pizza Company

เฟรนไชส์พิซซ่าเจ้าดังในไทยด้วยโลโก้สีเขียวที่เป็นจุดเด่น และหน้าพิซซ่าที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ ทำให้ The Pizza Company ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วในประเทศไทยและครอบคลุมมาถึงสวนเพลินมาร์เก็ตแห่งนี้ ซึ่งนอกจากพิซซ่าแล้ว ยังมีของทานเล่นอื่นๆ ไก่นิวออลีน สปาเก็ตตี้ ข้าวหน้าไก่เกาหลี พิซซ่าพัพ ขนมปังกระเทียม เรียกได้ว่าเข้าร้านเดียว อิ่มได้หลายเมนู

  1. ติดเส้น ก๋วยจั๊บญวน

ร้านขายอาหารเวียดนามเพียงหนึ่งเดียวของสวนเพลินมาร์เก็ต มีทั้งก๋วยจั๊บญวนแบบออริจินอล ต้มยำก๋วยจั๊บญวน บะหมี่ไก่ทอด บะหมี่ไข่ออนเซ็น และไข่กระทะ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแซ่บ หรือสายออริจินอลก็อร่อยถูกปากแน่นอน

  1. Ba Ba Liu (ปาปาลิ่ว)

ร้านบะหมี่สไตล์ไต้หวันที่มีบรรจุภัณฑ์สไตล์กิ๊ฟเก๋ ขายทั้งบะหมี่ ของหวาน และชาไข่มุกรสชาติดี นอกจากนั้นภาชนะที่ใส่ยังแปลกใหม่ คือเป็นถ้วยชามบะหมี่ประกบกับแก้วชาไข่มุกรสชาติดีที่อยู่ข้างใต้ เรียกได้ว่าทั้งกินอาหารและดูดชาไข่มุกได้พร้อมๆ กันเลย ซึ่งอาหารหลักที่ขายจะเป็น เซฉวนเมี่ยน 2 รส รสงา และรสหมาล่า ของทอดทานเล่น น้ำแข็งไสสไตล์ไต้หวัน และชาไข่มุกที่ไข่มุกอร่อยมากกกกกก สายชาไข่มุกไม่ควรพลาด

  1. ขาหมูจ่าโจ

ข้าวขาหมูสวนเพลิน ที่นอกจากจะขายเป็นข้าวแล้ว ยังมีบะหมี่ขาหมูขายอีกด้วย รวมถึงข้าวไส้หมูราดน้ำพะโล้ชุ่มๆ สูตรเด็ด เคียงกับผักดองและไข่พะโล้ เพียงแค่เดินเข้าสวนเพลินไปคุณก็เห็นได้เลย เพราะเป็นร้านแรกที่ตั้งติดกับทางเข้าสวนเพลิน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri

โพสต์ขายบ้านอย่างไรให้น่าสนใจ รวมคำพูดที่ควรใช้/หลีกเลี่ยงในการลงประกาศขายบ้าน

เพราะเพียงรูปถ่ายและราคาของบ้านนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจติดต่อเข้ามา คำโฆษณาที่ใช้ในการขายบ้านก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยให้ผู้ซื้อเลือกที่จะยกหูโทรศัพท์ต่อสายมาหาเราเช่นกัน

ในตอนที่แล้ว Yu Serviced Office ได้พูดถึงเทคนิคพื้นฐานในการโพสต์ปล่อยขาย/เช่าบ้าน ซึ่งรวมถึงช่องทางการโฆษณาต่างๆ มาวันนี้ เราจึงอยากขอเสนอ “เทคนิคการโพสต์ขายบ้าน” การเลือกใช้คำพูด คำไหนควรหลี่กเลี่ยงและคำไหนที่ควรนำมาใช้ เพื่อให้บ้านเราขายออกได้ง่ายขึ้น

ประเภทคำพูดที่ควรใช้

1.พร้อมเข้าอยู่ / Ready to move in

ใช้เมื่อบ้านที่คุณปล่อยขาย/เช่า อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สะอาด ตกแต่งภายในเสร็จสรรพ เมื่อซื้อแล้วไม่ต้องนำไปซ่อมบำรุงเพิ่ม การใช้คำพูดนี้จะเป็นการบ่งบอกผู้ซื้อว่าสามารถหิ้วประเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย

2.เฟอร์นิเจอร์พร้อมใช้ / Fully Furnished

หากบ้านที่คุณโฆษณามีเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานให้ครบครัน การใช้คำพูดนี้จะทำให้ผู้ซื้อรู้สึกคุ้มค่า ไม่ต้องควักกระเป๋าเงินซื้อของเข้าบ้านเพิ่ม

3.รีโนเวทเรียบร้อย / Renovated

การโพสต์ขายบ้านมือสองนั้น มีทั้งการขายแบบอยู่ในสภาพเก่า หรือสภาพปรับปรุงใหม่ หากบ้านที่คุณจะขายผ่านการซ่อมแซมและปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว การใช้คำพูดนี้ก็จะทำให้บ้านสามารถปล่อยขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

4.อยู่ใกล้……. / Closed to…..

ทำเลบ้านที่เราขายอยู่ใกล้สถานที่สำคัญหรือเป็นประโยชน์ เช่น ห้างสรรพสินค้า, ย่านธุรกิจ, ตัวเมืองหลัก หรืออาจจะอยู่ใกล้ช่องทางขนส่งสาธารณะ เช่นรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งใต้ดิน บนดิน ถนนเส้นหลัก ทางด่วนพิเศษ หรืออื่นๆ ผู้ที่เห็นโฆษณาจะรู้สึกว่าบ้านที่กำลังดูอยู่นั้นมีช่องทางเดินทางที่สะดวก อยู่ใกล้แหล่งชุมชน สะดวกต่อการเดินทางไปทำงานหรือหาสถานที่เที่ยว

5.สงบ มีความเป็นส่วนตัว / Peaceful & Full of privacy

ถ้าบ้านคุณไม่ได้ติดถนนหลักล่ะ จะโฆษณาอย่างไรดี? เราสามารถนำเสนอว่าบ้านเราอยู่ในละแวกที่สงบ ปราศจากเสียงรบกวนและมลภาวะจากถนนใหญ่ได้

ประเภทคำพูดที่ควรหลีกเลี่ยง

1.ขนาดเล็ก / Small

จะซื้อบ้านทั้งทีคงไม่มีใครอยากได้บ้านขนาดเล็กเป็นแน่ ถึงแม้บ้านที่เราโฆษณาขายจะมีเนื้อที่ไม่มากนัก เราก็สามารถเลือกใช้คำพูดให้บ้านของเราดูดีขึ้นมาได้ โดยเปลี่ยนมาใช้คำว่า กระทัดรัด (Modest) หรือ พอเหมาะ (Medium Size)

2.เก่า ล้าสมัย (Old – Old fashion)

บ้านของคุณอาจจะมาในสไตล์ย้อนยุค ทว่า การใช้คำว่า “เก่า” นั้นย่อมไม่เป็นผลดีแน่ต่อการโฆษณา เพราะอาจจะถูกตีความหมายได้ว่าเป็นความเก่าแบบคร่ำครึ ผ่านการใช้งานมาหนักหน่วงจนมีสภาพทรุดโทรม หากต้องการจะขายบ้านและใช้ความย้อนยุคเป็นตัวชูโรงในการขาย ควรใช้คำว่า สไตล์วินเทจ (Vintage Style) หรือสไตล์เรโทร (Retro Style)

3.ขายด่วน (Urgent sale)

ของดีไม่รีบ ของรีบไม่ดี การลงประกาศว่ารีบขายจะทำให้ผู้ซื้อเฉลียวใจถึงเหตุผลที่รีบขายว่าอาจเป็นเพราะบ้านอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม หรือเจ้าของบ้านร้อนใช้เงิน

4.ติดป้ายรถเมล์ / ทางรถไฟ (Closed to bus stop / train rail)

การใช้คำว่าติดป้ายรถเมล์ หรือใกล้ทางรถไฟ จะทำให้ผู้ซื้อจินตนาภาพถึงฝุ่นควัน มลภาวะทางอากาศ และทางเสียง รวมถึงความวุ่นวายจากผู้คนที่ใช้งานรถสาธารณะ หากจะต้องการสื่อว่าบ้านที่จะขายนั้นอยู่ติดเส้นทางสัญจรหลัก มีรถเมล์วิ่งผ่าน ควรใช้คำว่า การคมนาคมสะดวก (Closed to public transportation หรือ Transportation friendly) แทน

การตั้งหัวข้อประกาศ

ประโยคที่ใช่จั่วหัวประกาศของเราควรกระชับ ได้ใจความ และดึงดูดลูกค้าให้กดคลิกเข้ามาได้ในประโยคเดียว ในหนึ่งประโยคควรประกอบด้วย

[เช่า/ขาย]—[ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่จะขาย]—[สถานที่ใกล้เคียงที่โดดเด่น / หรือช่องทางคมนาคมหลัก]—[ขนาด]—[จุดขายของอสังหาตัวนั้น]

ยกตัวอย่าง

– ขายบ้าน 2 ชั้นติด BTS ทองหล่อ 180 ตร.ม. เฟอร์นิเจอร์ครบครัน

– ปล่อยเช่าคอนโด 2 ห้องนอน 1 นั่งเล่น 1 ห้องน้ำ ติดศูนย์การค้าสยามพารากอน 32 ตร.ม. พร้อมเข้าอยู่ได้เลย

เท่านี้หัวข้อประกาศของเราก็น่ามอง ดึงดูดให้คนคลิกเข้ามาดูแล้ว

 

โดยสรุปแล้ว บ้านที่อยู่ในสภาพดี ราคาย่อมเยา และมีคำโฆษณาที่ดึงดูด 3 สิ่งนี้จะช่วยเกื้อหนุนกันให้ลูกค้าเกิดความสนใจและติดต่อเข้ามาเป็นลูกค้าของเรา

สุดท้ายแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังมองหาออฟฟิศเช่าสักที่ Yu Serviced Office เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการออฟฟิศให้เช่าที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสำนักงานในกรุงเทพที่สะอาด พร้อมใช้งาน มีความน่าเขื่อถือ ราคาย่อมเยา และพร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต่อผู้ประกอบการทุกประเภท ตั้งแต่ Startups, SMEs, หรือองค์กรขนาดใหญ่

Yu Serviced Office

Mobile: 0994408778

Email: raphijiajie@gmail.com

Line: @efq2415k

Wechat: yuservicedoffice

Whatsapp: +66994408778

Skype: yuserviced

Author: Raphi Nonthasiri